MarketplaceTactics MarketplaceTactics
MarketplaceTactics Team/ / 4 min read
How-To Guide

ขายของอะไรดี? คู่มือเลือกสินค้าขายบนมาร์เก็ตเพลสไทย

ขายของอะไรดี? เกณฑ์เลือกสินค้าสำหรับมือใหม่ หมวดที่มีดีมานด์สม่ำเสมอ วิธีคำนวณกำไร และแหล่งหาสินค้า สำหรับขายบน Shopee Thailand และ Lazada ไทย

ขายของอะไรดี คือคำถามแรกที่คนอยากเริ่มขายออนไลน์ถามตัวเอง ก่อนเปิดร้านสักหมวดเดียว

คำตอบไม่ใช่ “สินค้าที่กำลังฮิต” เสมอไป เพราะเทรนด์มาไวไปไว แต่คือสินค้าที่ตอบโจทย์เกณฑ์บางอย่าง น้ำหนักเบา ไม่แตกง่าย มีคนต้องการสม่ำเสมอ และคุณหาซัพพลายเออร์ได้จริง

ผู้ขายมือใหม่แพ็คสินค้าลงกล่องเตรียมขายออนไลน์

คู่มือนี้พาคุณผ่านขั้นตอนเลือกสินค้าตั้งแต่ต้น ตั้งแต่เกณฑ์คัดเลือก หมวดที่มีดีมานด์สม่ำเสมอ วิธีตรวจสอบความต้องการจริงก่อนสต็อก วิธีคำนวณกำไร ไปจนถึงแหล่งหาสินค้าที่เชื่อถือได้ เขียนสำหรับผู้ขายที่ยังไม่มีสินค้าในใจ หรือมีหลายไอเดียแต่ยังตัดสินใจไม่ได้ ใช้ได้กับทั้ง Shopee Thailand, Lazada ไทย และ TikTok Shop Thailand

สิ่งที่คุณจะทำได้หลังอ่านคู่มือนี้:

  • รู้เกณฑ์คัดเลือกสินค้าที่เหมาะกับมือใหม่
  • เลือกหมวดสินค้าที่มีดีมานด์สม่ำเสมอตลอดปี
  • ตรวจสอบว่าสินค้าที่เล็งไว้มีคนต้องการจริงก่อนสั่งสต็อก
  • คำนวณกำไรที่แท้จริงก่อนตัดสินใจ
  • หาแหล่งสินค้าที่เหมาะกับเงินทุนของคุณ

คู่มือนี้เหมาะกับใคร?

  • คนที่อยากเริ่มขายของออนไลน์แต่ยังไม่รู้จะขายอะไรดี
  • ผู้ขายที่มีไอเดียหลายอย่างในใจแต่ตัดสินใจไม่ได้ว่าควรเริ่มจากตัวไหน
  • คนที่เคยลองขายมาก่อนแต่ไม่ได้ผลเพราะเลือกสินค้าผิดตั้งแต่ต้น
  • เจ้าของธุรกิจที่มีสินค้าอยู่แล้วแต่อยากรู้ว่าควรเพิ่มหมวดไหนเข้าร้าน

การเลือกสินค้าผิดตั้งแต่วันแรกเป็นเหตุผลอันดับต้น ๆ ที่ทำให้ร้านใหม่ไปไม่รอด ไม่ใช่เพราะขายของไม่เก่งหรือรูปไม่สวย แต่เพราะเลือกสินค้าที่มีต้นทุนแฝงสูง ดีมานด์ไม่จริง หรือกำไรบางเกินไปตั้งแต่แรก การใช้เวลาสักครึ่งชั่วโมงคิดตามเกณฑ์ในคู่มือนี้ก่อนสั่งสต็อก ประหยัดเวลาและเงินได้มากกว่าการลองผิดลองถูกกับสินค้าจริง

ขั้นตอนที่ 1: เข้าใจคุณสมบัติสินค้าที่เหมาะกับมือใหม่

สินค้าที่เหมาะกับมือใหม่มีคุณสมบัติร่วมสี่อย่าง: น้ำหนักเบา ไม่แตกหักง่าย เก็บรักษาง่ายไม่ต้องแช่เย็นหรือมีวันหมดอายุสั้น และมีความต้องการสม่ำเสมอตลอดปีไม่ใช่แค่ช่วงเทศกาล คุณสมบัติเหล่านี้ลดต้นทุนการจัดส่ง ลดอัตราการคืนสินค้า และวางแผนสต็อกได้ง่ายกว่า

ก่อนตัดสินใจเลือกสินค้า ให้เช็กสี่เกณฑ์นี้:

น้ำหนักเบา: ค่าจัดส่งคิดจากน้ำหนักและขนาด สินค้าที่หนักหรือใหญ่ทำให้ค่าส่งสูง กินกำไรของคุณโดยตรง โดยเฉพาะถ้าคุณออกค่าส่งให้ลูกค้าฟรีเพื่อแข่งขัน

ไม่แตกหักง่าย: สินค้าที่เปราะบางต้องใช้วัสดุกันกระแทกเยอะ เพิ่มต้นทุนบรรจุภัณฑ์ และถ้าแตกระหว่างขนส่ง คุณต้องรับผิดชอบค่าส่งคืนหรือคืนเงิน ซึ่งกระทบ Rating ร้านด้วย

เก็บรักษาง่าย: สินค้าที่ไม่ต้องแช่เย็น ไม่มีวันหมดอายุสั้น จัดเก็บที่บ้านได้โดยไม่ต้องลงทุนอุปกรณ์เพิ่ม เหมาะกับมือใหม่ที่ยังไม่มีคลังสินค้า

ดีมานด์สม่ำเสมอ: สินค้าที่ขายได้ตลอดปีวางแผนสต็อกง่ายกว่าสินค้าที่ขายดีแค่ช่วงเทศกาลหรือเทรนด์ชั่วคราว ลดความเสี่ยงสต็อกค้าง

ตัวอย่างสินค้าความงามและสกินแคร์วางเรียงสำหรับถ่ายรูปขายออนไลน์

ลองเทียบสองตัวอย่าง: แก้วเซรามิกลายสวยกับเคสมือถือซิลิโคน ทั้งคู่เป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ที่ขายได้ทั้งปี แต่แก้วเซรามิกหนักและแตกง่าย ต้องใช้กล่องแข็งและกันกระแทกหนา ค่าส่งสูงกว่า และถ้าแตกระหว่างทางคุณต้องคืนเงินเต็มจำนวนโดยไม่มีสินค้าเหลือขาย ส่วนเคสมือถือเบา ทนทาน ค่าส่งถูก แม้แตกหรือบุบก็ยังพอขายลดราคาได้ นี่คือเหตุผลที่สินค้าประเภทหลังมักเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยกว่าสำหรับร้านที่เพิ่งเริ่มต้นและยังไม่มีทุนสำรองรับความเสี่ยงจากการคืนสินค้าบ่อย ๆ

สินค้าที่ผ่านทั้งสี่เกณฑ์นี้ไม่ได้แปลว่าจะขายดีเสมอไป แต่ช่วยตัดความเสี่ยงด้านต้นทุนและการจัดการออกไปตั้งแต่ต้น ทำให้คุณโฟกัสกับการหาลูกค้าและปรับปรุง listing ได้เต็มที่กว่า แทนที่จะเสียเวลาไปกับการแก้ปัญหาสินค้าเสียหายหรือค่าส่งที่กินกำไรทุกออเดอร์

ขั้นตอนที่ 2: เลือกหมวดสินค้าที่มีดีมานด์สม่ำเสมอ

หมวดสินค้าที่มือใหม่มักเริ่มได้ดีบนมาร์เก็ตเพลสไทยคือความงามและสกินแคร์ เครื่องแต่งกายและแฟชั่น ของใช้ในบ้านชิ้นเล็ก ของใช้แม่และเด็ก และอาหารแห้งหรือขนม เพราะทั้งหมดนี้มีความต้องการต่อเนื่องไม่ขึ้นกับฤดูกาลหรือเทศกาลใดเป็นพิเศษ

หมวดที่ควรพิจารณาสำหรับมือใหม่:

  • ความงามและสกินแคร์: ลูกค้าซื้อซ้ำสม่ำเสมอเพราะเป็นของใช้ที่หมดแล้วต้องซื้อใหม่ น้ำหนักเบา ส่วนใหญ่ไม่ต้องแช่เย็น และลูกค้ามักผูกติดกับแบรนด์หรือสูตรที่ใช้แล้วถูกใจ ทำให้มีโอกาสขายซ้ำสูง
  • เครื่องแต่งกายและแฟชั่น: ตลาดใหญ่ หลากหลายราคา ลูกค้าซื้อตามฤดูกาลและโอกาสต่าง ๆ ตลอดปี แต่การแข่งขันสูงเช่นกัน ต้องมีจุดต่างด้านสไตล์หรือไซซ์ที่หาไม่ได้ง่ายจากร้านอื่น
  • ของใช้ในบ้านชิ้นเล็ก: ของตกแต่ง อุปกรณ์ครัวขนาดเล็ก ดีมานด์สม่ำเสมอเพราะคนย้ายบ้านหรือแต่งบ้านใหม่ตลอดทั้งปี ไม่ผูกกับเทศกาลใดเป็นพิเศษ
  • ของใช้แม่และเด็ก: ลูกค้ากลุ่มนี้ซื้อซ้ำบ่อยเพราะเด็กโตเร็วต้องเปลี่ยนขนาดเรื่อย ๆ และใส่ใจคุณภาพมากกว่าราคาถูกที่สุด เหมาะกับผู้ขายที่เน้นความน่าเชื่อถือ
  • อาหารแห้งและขนม: เก็บรักษาง่าย น้ำหนักเบา ลูกค้าซื้อซ้ำเมื่อของหมด แต่ต้องระวังเรื่องวันหมดอายุและการขออนุญาตจาก อย. ถ้าเป็นอาหารแปรรูปที่ผลิตเอง

สินค้าเทรนด์กับสินค้า evergreen ต่างกันอย่างไร

สินค้าเทรนด์ทำกำไรได้เร็วในช่วงที่กำลังฮิต แต่ความต้องการลดลงเร็วพอกัน สินค้า evergreen ขายได้ช้ากว่าในแต่ละวันแต่ต่อเนื่องตลอดปี สำหรับมือใหม่ แนะนำให้ตั้งฐานร้านด้วยสินค้า evergreen ก่อน เพราะวางแผนสต็อกและกระแสเงินสดง่ายกว่า เมื่อร้านเริ่มมีลูกค้าประจำแล้วค่อยเพิ่มสินค้าเทรนด์เป็นสัดส่วนเล็ก ๆ เพื่อจับกระแส โดยไม่เสี่ยงสต็อกค้างทั้งร้าน

ปัจจัยสินค้า Evergreenสินค้าเทรนด์
ดีมานด์สม่ำเสมอตลอดปีสูงช่วงสั้น แล้วลดลงเร็ว
ความเสี่ยงสต็อกค้างต่ำสูง ถ้าเทรนด์หมดก่อนขายหมด
ความเร็วในการทำกำไรค่อยเป็นค่อยไปเร็ว แต่ไม่ยั่งยืน
เหมาะกับมือใหม่เหมาะเป็นฐานหลักเหมาะเป็นส่วนเสริมเมื่อร้านตั้งตัวแล้ว

สังเกตอย่างไรว่าสินค้าที่เล็งไว้เป็น evergreen หรือเทรนด์ชั่วคราว

วิธีเช็กง่าย ๆ คือค้นหาสินค้านั้นใน Shopee Thailand แล้วดูอายุของร้านที่ขายอยู่ ถ้าร้านที่ขายสินค้าคล้ายกันเปิดมานานหลายเดือนหรือหลายปีและยังมีรีวิวเข้ามาต่อเนื่อง แสดงว่าสินค้านั้นมีดีมานด์ยั่งยืน ไม่ใช่กระแสชั่วคราว ในทางกลับกัน ถ้าสินค้านั้นเพิ่งปรากฏขึ้นมาพร้อมกันหลายร้านในช่วงเวลาสั้น ๆ และเกี่ยวข้องกับคลิปไวรัลหรือซีรีส์ที่กำลังดัง มีโอกาสสูงที่จะเป็นสินค้าเทรนด์ซึ่งความต้องการจะลดลงเร็วพอกับที่ขึ้นมา อีกสัญญาณหนึ่งคือลองถามตัวเองว่าสินค้านี้จะยังมีคนต้องการอยู่ไหมถ้าผ่านไปหกเดือนโดยไม่มีการโปรโมทหรือกระแสใหม่มาช่วย ถ้าคำตอบคือใช่ นั่นคือสินค้า evergreen ที่ปลอดภัยกว่าสำหรับการตั้งเป็นฐานร้าน

ขั้นตอนที่ 3: ตรวจสอบดีมานด์จริงก่อนตัดสินใจสต็อก

วิธีที่ง่ายที่สุดสำหรับมือใหม่คือค้นหาสินค้าที่เล็งไว้ใน Shopee Thailand แล้วดูว่ามีผู้ขายรายอื่นขายอยู่แล้วไหม ถ้ามีผู้ขายหลายรายและบางรายมียอดขายสูง แสดงว่ามีความต้องการจริง ถ้าค้นหาแล้วไม่มีสินค้าเลย ความเสี่ยงจะสูงกว่าเพราะไม่รู้ว่าตลาดต้องการหรือไม่

ก่อนสั่งสต็อก ให้ทำสามอย่างนี้:

  1. ค้นหาชื่อสินค้าใน Shopee Thailand และ Lazada ไทย ดูว่ามีผู้ขายกี่ราย และราคาส่วนใหญ่อยู่ช่วงไหน
  2. ดูตัวเลข “X ชิ้นที่ขายได้” ในหน้าสินค้าของผู้ขายรายอื่น ตัวเลขนี้บอกคร่าว ๆ ว่าสินค้านั้นมีคนซื้อจริง
  3. อ่านรีวิวของผู้ขายรายอื่นเพื่อดูว่าลูกค้าบ่นเรื่องอะไรบ่อย เช่น คุณภาพ ขนาด หรือการจัดส่ง เพราะเป็นโอกาสให้คุณทำได้ดีกว่าคู่แข่ง

การเริ่มจากหมวดที่มีผู้ขายอยู่แล้วแต่คุณทำได้ดีกว่าในเรื่องรูป ราคา หรือบริการ ปลอดภัยกว่าสำหรับมือใหม่ เทียบกับการเลือกสินค้าที่ไม่มีใครขายเลย ซึ่งอาจหมายถึงตลาดยังไม่รู้จัก หรือไม่มีใครต้องการจริง ๆ

หลายคนกลัวว่าถ้ามีคนขายสินค้าคล้ายกันอยู่แล้ว จะแข่งขันไม่ได้ แต่ในความเป็นจริง การมีคู่แข่งคือหลักฐานว่าตลาดนั้นมีเงินหมุนเวียนจริง สิ่งที่ควรทำแทนคือดูว่าคู่แข่งพลาดอะไร ลูกค้าบ่นเรื่องอะไรในรีวิว ร้านไหนตอบแชทช้าหรือรูปสินค้าไม่ชัด นั่นคือช่องว่างที่คุณเข้าไปแทนที่ได้ทันทีตั้งแต่เปิดร้านวันแรก โดยไม่ต้องรอให้ตลาดกว้างขึ้นก่อน

หากต้องการวิธีวิเคราะห์สินค้าขายดีแบบละเอียดด้วยเครื่องมือ Business Insights ของ Shopee และ Seller Center ของ Lazada อ่านเพิ่มเติมได้ที่ สินค้าขายดี: วิธีค้นหา Best Sellers บน Shopee และ Lazada ไทย

ขั้นตอนที่ 4: คำนวณกำไรก่อนตัดสินใจเลือกสินค้า

ก่อนสั่งสต็อกสินค้าใด ให้คำนวณกำไรที่แท้จริงหลังหักทุกค่าใช้จ่าย ได้แก่ ราคาทุนสินค้า ค่าคอมมิชชั่นแพลตฟอร์ม ค่าจัดส่งที่คุณรับผิดชอบ ค่าบรรจุภัณฑ์ และงบโปรโมชั่น สินค้าที่ราคาขายแข่งขันได้ในตลาดแต่ยังเหลือกำไรหลังหักทั้งหมดนี้ คือสินค้าที่คุ้มค่าสำหรับเริ่มขาย

มือคำนวณต้นทุนและกำไรสินค้าด้วยเครื่องคิดเลขและสมุดบันทึก

รายการที่ต้องนำมาคำนวณก่อนตั้งราคาขาย:

  • ราคาทุนสินค้า: รวมค่าขนส่งจากซัพพลายเออร์มาถึงคุณด้วย
  • ค่าคอมมิชชั่นแพลตฟอร์ม: ตรวจสอบอัตราล่าสุดใน Shopee Thailand Seller Centre หรือ Lazada Seller Center เพราะแตกต่างกันตามหมวดสินค้าและอาจปรับเปลี่ยนเป็นระยะ
  • ค่าจัดส่งที่คุณรับผิดชอบ: ถ้าคุณออกค่าส่งให้ลูกค้าบางส่วนหรือทั้งหมด
  • ค่าบรรจุภัณฑ์: กล่อง ถุง เทป กันกระแทก
  • งบโปรโมชั่น: ถ้าวางแผนใช้ Shopee Ads หรือส่วนลดเพื่อดันยอดขายช่วงแรก

ถ้าราคาขายที่แข่งขันได้ในตลาดยังเหลือกำไรหลังหักทุกค่าใช้จ่ายข้างต้น สินค้านั้นเหมาะสำหรับเริ่มขาย แต่ถ้าคำนวณแล้วกำไรบางเกินไปหรือขาดทุน ให้พิจารณาหาซัพพลายเออร์ที่ราคาดีกว่า หรือเปลี่ยนไปหมวดสินค้าอื่น

ตัวอย่างการคำนวณ (ตัวเลขสมมติเพื่อประกอบการอธิบายเท่านั้น ไม่ใช่อัตราจริงของแพลตฟอร์มใด):

สมมติคุณเล็งขายสินค้าชิ้นละ 200 บาท ต้นทุนสินค้ารวมค่าขนส่งจากซัพพลายเออร์อยู่ที่ 90 บาท ค่าคอมมิชชั่นแพลตฟอร์มประมาณ 10 บาท ค่าบรรจุภัณฑ์ 8 บาท และตั้งงบโปรโมชั่นไว้ 12 บาทต่อชิ้น รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด 120 บาท เหลือกำไรก่อนหักค่าจัดส่งที่คุณอาจต้องออกให้ลูกค้าอีก 80 บาทต่อชิ้น หากค่าส่งที่คุณรับผิดชอบอยู่ที่ 30 บาท กำไรสุทธิจะเหลือ 50 บาทต่อชิ้น ลองทำตารางแบบนี้กับสินค้าที่คุณสนใจทุกตัวก่อนตัดสินใจสั่งสต็อกจริง เพื่อเทียบว่าตัวไหนให้กำไรต่อชิ้นสูงกว่าเมื่อคิดครบทุกค่าใช้จ่าย

ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าสินค้าที่เล็งไว้จะทำกำไรจริงไหม? ลองคำนวณตามรายการค่าใช้จ่ายด้านบนกับสินค้า 2-3 ตัวที่สนใจ แล้วเทียบกันก่อนสั่งสต็อกจริง ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาทีต่อสินค้า

ขั้นตอนที่ 5: หาแหล่งสินค้าที่เชื่อถือได้

แหล่งหาสินค้าหลักสำหรับผู้ขายไทยมีสี่ทาง แต่ละทางเหมาะกับเงินทุนและประเภทสินค้าที่ต่างกัน: ตลาดขายส่งในประเทศเหมาะกับทุนน้อยและสั่งขั้นต่ำต่ำ ผู้ผลิตในประเทศให้ราคาที่ดีกว่าเมื่อสั่งปริมาณมาก Alibaba หรือ 1688 เหมาะกับสินค้านำเข้าจากจีน และการผลิตเองเหมาะกับงานฝีมือหรืออาหาร

คลังสินค้าขายส่งเต็มไปด้วยสินค้าหลากหลายประเภทวางเรียงเป็นแถว

ตลาดขายส่งในประเทศ: ตลาดสำเพ็ง ตลาดโบ๊เบ๊ ตลาดอินทรา เหมาะกับสินค้าแฟชั่นและของใช้ทั่วไป ข้อดีคือสั่งขั้นต่ำน้อย เห็นสินค้าจริงก่อนซื้อ และไม่ต้องรอสินค้าข้ามประเทศ

ผู้ผลิตในประเทศ: ติดต่อโรงงานหรือผู้ผลิตโดยตรงเพื่อราคาที่ดีกว่าตลาดขายส่ง เหมาะกับผู้ขายที่มีทุนเริ่มต้นมากกว่าและต้องการสั่งปริมาณมากขึ้นเพื่อลดต้นทุนต่อชิ้น

Alibaba หรือ 1688: สั่งสินค้าจากจีน เหมาะกับสินค้า private label หรือสินค้าที่ยังไม่มีขายในตลาดไทย ข้อควรระวังคือระยะเวลาขนส่งนานกว่าและต้องสั่งขั้นต่ำสูงกว่าตลาดในประเทศส่วนใหญ่

ผลิตเอง: ถ้าคุณทำสินค้าเอง เช่น งานฝีมือ อาหารแปรรูป หรือเครื่องประดับ ขายบน Shopee Thailand ได้เลยโดยไม่ต้องใช้ทุนสต็อกสูงเหมือนการซื้อมาขายไป แต่ต้องบริหารเวลาการผลิตให้ทันกับออเดอร์

ไม่มีแหล่งไหนดีที่สุดสำหรับทุกคน เลือกตามเงินทุนเริ่มต้นและความเสี่ยงที่รับได้: ถ้าทุนน้อยและอยากทดสอบตลาดก่อน เริ่มจากตลาดขายส่งในประเทศเพราะสั่งขั้นต่ำต่ำและไม่มีสินค้าค้างสต็อกก้อนใหญ่ ถ้ามั่นใจในหมวดสินค้าแล้วและอยากได้ต้นทุนต่ำลงเมื่อขายได้ปริมาณมาก ค่อยขยับไปสั่งจากผู้ผลิตโดยตรงหรือนำเข้าผ่าน Alibaba และ 1688 ในภายหลัง

จะรู้ได้อย่างไรว่าซัพพลายเออร์ไว้ใจได้

ก่อนโอนเงินก้อนใหญ่ให้ซัพพลายเออร์รายใหม่ ให้เช็กสัญญาณเหล่านี้ก่อนเสมอ ซัพพลายเออร์ที่ดีมักตอบคำถามเรื่องสเปกสินค้าและระยะเวลาผลิตได้ชัดเจนโดยไม่บ่ายเบี่ยง มีตัวอย่างสินค้าจริงให้ดูหรือส่งตัวอย่างมาให้ก่อนสั่งจำนวนมาก และมีรีวิวหรือประวัติการซื้อขายจากผู้ซื้อรายอื่นที่ตรวจสอบได้ สำหรับซัพพลายเออร์จากตลาดขายส่งในประเทศ การไปดูหน้าร้านจริงก่อนสั่งจำนวนมากช่วยลดความเสี่ยงได้มาก ส่วนซัพพลายเออร์บน Alibaba หรือ 1688 ควรเลือกรายที่มีสถานะยืนยันตัวตนและมีประวัติการซื้อขายสะสมนานพอสมควร แทนที่จะเลือกจากราคาถูกที่สุดเพียงอย่างเดียว

สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่เคยสั่งสินค้าจากซัพพลายเออร์รายใดมาก่อน แนะนำให้เริ่มสั่งจำนวนน้อยที่สุดที่ทำได้ก่อนเสมอ แม้ต้นทุนต่อชิ้นจะสูงกว่าการสั่งจำนวนมาก เพื่อทดสอบทั้งคุณภาพสินค้าจริงและความน่าเชื่อถือของซัพพลายเออร์ ก่อนที่จะผูกมัดเงินก้อนใหญ่กับความสัมพันธ์ทางธุรกิจใหม่ที่ยังไม่เคยพิสูจน์กันมาก่อน

ขั้นตอนที่ 6: หลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดที่มือใหม่มักเจอตอนเลือกสินค้า

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือเลือกสินค้าตามกระแสโดยไม่มีสินค้า evergreen เป็นฐาน เลือกสินค้าที่แตกหักง่ายโดยไม่คำนวณต้นทุนคืนสินค้า และเลือกหมวดที่แข่งขันสูงมากโดยไม่มีจุดต่างจากคู่แข่ง ทั้งสามข้อนี้ทำให้ร้านใหม่หมดกำลังใจเร็วเพราะขายไม่ได้ตามคาด

มือปิดผนึกกล่องพัสดุให้แน่นก่อนส่งสินค้าที่เลือกแล้ว

ร้านใหม่ส่วนใหญ่ที่ปิดตัวภายในสามเดือนแรกมักติดกับดักหนึ่งในห้าข้อนี้ ไม่ใช่เพราะขายของไม่เก่ง แต่เพราะเลือกสินค้าผิดตั้งแต่ต้น การรู้ข้อผิดพลาดล่วงหน้าช่วยให้คุณตัดสินใจได้เร็วขึ้นและไม่เสียเวลากับสินค้าที่ไม่มีทางทำกำไร

ข้อผิดพลาดผลที่เกิดขึ้นวิธีหลีกเลี่ยง
เลือกสินค้าตามกระแสอย่างเดียวสต็อกค้างเมื่อเทรนด์หมดใช้สินค้า evergreen เป็นฐานหลัก เพิ่มเทรนด์เป็นส่วนเสริม
เลือกสินค้าแตกหักง่ายโดยไม่คิดต้นทุนคืนสินค้ากำไรหายไปกับค่าส่งคืนและกันกระแทกเลือกสินค้าที่ทนทานหรือเผื่องบกันกระแทกในราคาขาย
เลือกหมวดแข่งขันสูงโดยไม่มีจุดต่างขายยากเพราะราคาต้องแข่งกับร้านใหญ่หาจุดต่าง เช่น บริการ รูปสินค้า หรือกลุ่มลูกค้าเฉพาะ
ไม่คำนวณกำไรก่อนสั่งสต็อกขายได้แต่ไม่มีกำไรจริงคำนวณตามขั้นตอนที่ 4 ทุกครั้งก่อนสั่งสต็อก
ไม่ตรวจสอบดีมานด์ก่อนสั่งสินค้าจำนวนมากสต็อกค้างเพราะไม่มีคนต้องการทดสอบสต็อกจำนวนน้อยก่อน ตามขั้นตอนที่ 3

ข้อผิดพลาดอีกอย่างที่พบบ่อยแต่มักถูกมองข้ามคือการเปลี่ยนสินค้าบ่อยเกินไปในช่วงเดือนแรก มือใหม่หลายคนพอเห็นว่าสินค้าตัวหนึ่งขายช้าก็รีบเปลี่ยนไปตัวใหม่ทันทีโดยยังไม่ให้เวลาสินค้าเดิมสร้างรีวิวและ Rating ก่อน การสลับสินค้าถี่เกินไปทำให้ร้านไม่มีจุดยืนชัดเจนในสายตาลูกค้าและระบบค้นหาของแพลตฟอร์ม ให้เวลาสินค้าที่ผ่านเกณฑ์ทั้งหมดในคู่มือนี้อย่างน้อยสองถึงสี่สัปดาห์ก่อนตัดสินใจว่าจะไปต่อหรือเปลี่ยนทิศทาง

ตัวอย่างเต็มรูปแบบ: นำหกขั้นตอนไปใช้จริงกับไอเดียสินค้าหนึ่งตัว

การเห็นตัวอย่างจริงช่วยให้เข้าใจง่ายกว่าอ่านทฤษฎีอย่างเดียว ตัวอย่างสมมตินี้ใช้กระเป๋าผ้าใบพิมพ์ลายเป็นกรณีศึกษา เดินตามหกขั้นตอนทีละข้อ ตั้งแต่เช็กคุณสมบัติ เลือกหมวด ตรวจดีมานด์ คำนวณกำไร หาแหล่งสินค้า จนถึงข้อควรระวัง เพื่อให้เห็นว่ากรอบความคิดทั้งหมดใช้กับสินค้าจริงอย่างไร

สมมติคุณกำลังคิดจะขายกระเป๋าผ้าใบพิมพ์ลาย ลองเดินตามกรอบความคิดทั้งหกขั้นตอนไปด้วยกัน

เช็กคุณสมบัติ (ขั้นตอนที่ 1): กระเป๋าผ้าใบน้ำหนักเบา พับเก็บได้ ไม่แตกหักเหมือนสินค้าแก้วหรือเซรามิก ไม่ต้องแช่เย็นหรือมีวันหมดอายุ และคนซื้อกระเป๋าผ้าใช้กันตลอดปีทั้งไปตลาด ไปทำงาน หรือพกของออกกำลังกาย ผ่านทั้งสี่เกณฑ์เบื้องต้น

เลือกหมวด (ขั้นตอนที่ 2): กระเป๋าผ้าจัดอยู่ในหมวดของใช้ในบ้านและแฟชั่นผสมกัน ดีมานด์ไม่ได้พุ่งช่วงใดช่วงหนึ่งเป็นพิเศษ แต่จะสูงขึ้นเล็กน้อยช่วงเปิดเทอมหรือเทศกาลที่คนซื้อของฝาก จัดเป็นสินค้ากึ่ง evergreen ที่มีจังหวะขายดีตามฤดูกาลแทรกอยู่บ้าง

ตรวจดีมานด์ (ขั้นตอนที่ 3): ค้นหา “กระเป๋าผ้าพิมพ์ลาย” ใน Shopee Thailand พบว่ามีผู้ขายหลายสิบราย บางรายมียอดขายหลักพันชิ้น ยืนยันว่าตลาดนี้มีดีมานด์จริง แต่การแข่งขันก็สูงตามไปด้วย จุดที่ต้องมองหาคือรีวิวของร้านคู่แข่งบ่นเรื่องอะไรบ่อย เช่น สีเพี้ยนจากรูป หรือเนื้อผ้าบางกว่าที่คิด นั่นคือช่องว่างที่เอามาใช้แข่งได้

คำนวณกำไร (ขั้นตอนที่ 4): ใช้ตัวอย่างตัวเลขสมมติแบบเดียวกับขั้นตอนที่ 4 ด้านบน ถ้าราคาขายในตลาดอยู่ที่ประมาณ 150-200 บาทต่อใบ และต้นทุนรวมทุกอย่างอยู่ที่ราว 100-120 บาท กำไรต่อชิ้นก็ยังพอมีช่องว่างให้ทำกำไรได้ แต่ถ้าคำนวณแล้วเหลือกำไรบางมาก อาจต้องมองหาลายพิมพ์หรือดีไซน์เฉพาะที่ตั้งราคาสูงกว่าตลาดทั่วไปได้

หาแหล่งสินค้า (ขั้นตอนที่ 5): กระเป๋าผ้าใบสามารถสั่งจากตลาดขายส่งในประเทศเพื่อทดสอบตลาดก่อนด้วยจำนวนน้อย หรือถ้าอยากได้ลายพิมพ์เฉพาะตัวที่ไม่ซ้ำกับร้านอื่น อาจต้องสั่งพิมพ์ลายเองผ่านโรงงานที่รับผลิตตามแบบ ซึ่งใช้ทุนเริ่มต้นสูงกว่าแต่ได้จุดต่างที่ชัดเจนกว่า

ระวังข้อผิดพลาด (ขั้นตอนที่ 6): ความเสี่ยงหลักของกระเป๋าผ้าคือหมวดนี้แข่งขันสูง ถ้าไม่มีจุดต่างด้านลายหรือคุณภาพเนื้อผ้า จะแข่งราคากับร้านใหญ่ลำบาก ทางออกคือเลือกลายที่ยังไม่มีคนทำ หรือเจาะกลุ่มลูกค้าเฉพาะ เช่น กระเป๋าลายที่เกี่ยวกับงานอดิเรกหรือสายอาชีพหนึ่ง ๆ แทนที่จะแข่งในตลาดกว้างที่มีร้านใหญ่ครองอยู่แล้ว

ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่ากรอบความคิดเดียวกันใช้ได้กับสินค้าแทบทุกประเภท เปลี่ยนแค่รายละเอียดของแต่ละขั้นตอนตามลักษณะสินค้าที่คุณเล็งไว้เอง ลองทำแบบเดียวกันนี้กับไอเดียสินค้าของคุณเองก่อนตัดสินใจสั่งสต็อกจริง

หมวดสินค้าที่มือใหม่ควรระวังเป็นพิเศษ

บางหมวดสินค้ามีต้นทุนแฝงหรือข้อกำหนดที่มือใหม่มักไม่รู้ตัวจนกว่าจะเจอปัญหาจริง ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีเรื่องรับประกันซับซ้อน เครื่องสำอางและอาหารแปรรูปที่ต้องขออนุญาต อย. ก่อนวางขาย เฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ที่ค่าส่งและความเสี่ยงเสียหายสูง และสินค้าตามกระแสที่มีลิขสิทธิ์หรือคล้ายแบรนด์ดังซึ่งอาจถูกแพลตฟอร์มระงับการขาย

เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์: มีเรื่องการรับประกัน การเคลม และมาตรฐานความปลอดภัยที่ซับซ้อนกว่าสินค้าทั่วไป ลูกค้าคาดหวังบริการหลังการขายที่ร้านเล็กอาจตามไม่ทัน เหมาะกับผู้ขายที่มีความรู้เฉพาะทางหรือมีทีมซัพพอร์ตรองรับ มากกว่ามือใหม่ที่เพิ่งเริ่มขายคนเดียว

เครื่องสำอางและอาหารแปรรูป: ถ้าเป็นสินค้าที่คุณผลิตเองหรือแบ่งบรรจุใหม่ ต้องขออนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก่อนวางขาย ซึ่งใช้เวลาดำเนินการและมีค่าใช้จ่าย มือใหม่ที่อยากเริ่มเร็วควรเลือกขายสินค้าที่มีอนุญาต อย. อยู่แล้วจากผู้ผลิต แทนที่จะผลิตเองตั้งแต่วันแรก

เฟอร์นิเจอร์และสินค้าขนาดใหญ่: น้ำหนักและขนาดทำให้ค่าจัดส่งสูงและความเสี่ยงเสียหายระหว่างขนส่งสูงตามไปด้วย ขัดกับเกณฑ์ “น้ำหนักเบา ไม่แตกหักง่าย” ที่แนะนำในขั้นตอนที่ 1 โดยตรง เหมาะกับผู้ขายที่มีระบบโลจิสติกส์เฉพาะทางมากกว่าการส่งผ่านกล่องพัสดุทั่วไป

สินค้าตามกระแสที่มีลิขสิทธิ์หรือคล้ายแบรนด์ดัง: สินค้าลอกเลียนแบบหรือใช้ภาพลิขสิทธิ์โดยไม่ได้รับอนุญาตมีความเสี่ยงถูกแพลตฟอร์มระงับร้านค้าทั้งร้าน ไม่ใช่แค่ลบสินค้าตัวเดียว ความเสี่ยงนี้สูงกว่าประโยชน์ที่ได้จากการขายสินค้าตามกระแสในระยะสั้นมาก

การหลีกเลี่ยงหมวดเหล่านี้ในช่วงเริ่มต้นไม่ได้แปลว่าห้ามขายตลอดไป เพียงแต่ควรรอจนกว่าร้านของคุณมีประสบการณ์ ทุน และระบบรองรับมากพอที่จะจัดการความซับซ้อนเพิ่มเติมได้อย่างมั่นใจ

ควรวางแผนสินค้าตามปฏิทินเทศกาลไทยอย่างไร

สินค้า evergreen ไม่ได้แปลว่าขายเท่ากันทุกเดือน ปฏิทินช้อปปิ้งของไทยมีจุดพีคชัดเจนหลายช่วง เช่น สงกรานต์ ช่วงเปิดเทอม และแคมเปญใหญ่อย่าง 9.9 10.10 11.11 และ 12.12 ผู้ขายที่วางแผนสต็อกล่วงหน้าตามปฏิทินนี้มักได้เปรียบกว่าคนที่สั่งสต็อกแบบวันต่อวันโดยไม่มีแผน

การเข้าใจปฏิทินเทศกาลช่วยให้คุณตัดสินใจได้ดีขึ้นว่าจะสต็อกสินค้าเพิ่มหรือลดช่วงไหน แม้จะเป็นสินค้า evergreen ที่ขายได้ตลอดปีก็ตาม

สงกรานต์ (เมษายน): ความต้องการสินค้าเกี่ยวกับการเดินทางกลับบ้าน ของฝาก และเสื้อผ้าลายดอกเพิ่มขึ้นในช่วงนี้ หมวดของใช้ในบ้านและแฟชั่นได้อานิสงส์ไปด้วย

ช่วงเปิดเทอม (พฤษภาคมและพฤศจิกายน): อุปกรณ์การเรียน กระเป๋า และของใช้แม่และเด็กมียอดขายสูงขึ้นชัดเจนสองช่วงต่อปี ตรงกับปฏิทินการศึกษาไทยที่มีสองเทอมหลัก

แคมเปญวันเลขคู่ (9.9, 10.10, 11.11, 12.12): แพลตฟอร์มอย่าง Shopee Thailand และ Lazada ไทยจัดโปรโมชั่นใหญ่ในวันเหล่านี้ ยอดขายรวมของทั้งตลาดพุ่งสูงกว่าวันปกติมาก ผู้ขายทุกหมวดควรเตรียมสต็อกเพิ่มและวางแผนงบโปรโมชั่นล่วงหน้าอย่างน้อยสองสัปดาห์ก่อนแคมเปญเริ่ม

ช่วงปีใหม่และตรุษจีน: สินค้าของขวัญ ของไหว้ และเครื่องประดับบ้านมีดีมานด์เฉพาะช่วงสูงกว่าปกติ เหมาะสำหรับผู้ขายที่มีสินค้า evergreen อยู่แล้วและอยากเพิ่มไลน์สินค้าเฉพาะเทศกาลเป็นส่วนเสริมชั่วคราว

กลยุทธ์ที่ใช้ได้ผลคือยึดสินค้า evergreen เป็นฐานรายได้หลักตลอดปี แล้วเพิ่มสต็อกหรือเพิ่มไลน์สินค้าเฉพาะช่วงในเดือนที่ตรงกับปฏิทินเหล่านี้ วิธีนี้ให้ความมั่นคงของรายได้ประจำ พร้อมโอกาสทำยอดขายพุ่งในช่วงที่ตลาดร้อนแรง โดยไม่ต้องเสี่ยงทั้งร้านไปกับสินค้าตามฤดูกาลเพียงอย่างเดียว

เช็กลิสต์สรุปก่อนตัดสินใจเลือกสินค้า

ก่อนสั่งสต็อกสินค้าตัวแรก ใช้เช็กลิสต์นี้ทบทวนอีกครั้ง:

  1. สินค้าน้ำหนักไม่เกิน 1-2 กิโลกรัม เพื่อคุมค่าจัดส่งให้อยู่ในระดับที่แข่งขันได้
  2. ไม่แตกหักง่าย หรือมีวัสดุกันกระแทกที่คุมต้นทุนได้
  3. เก็บรักษาง่าย ไม่ต้องแช่เย็นหรือมีวันหมดอายุสั้นเกิน 6 เดือน
  4. ค้นหาใน Shopee Thailand และ Lazada ไทยแล้วพบว่ามีผู้ขายอยู่แล้วอย่างน้อย 5-10 ราย พร้อมยอดขายที่ตรวจสอบได้
  5. คำนวณกำไรต่อชิ้นตามขั้นตอนที่ 4 แล้วเหลือกำไรจริงหลังหักทุกค่าใช้จ่าย ไม่ใช่แค่ราคาขายลบต้นทุนสินค้าอย่างเดียว
  6. มีซัพพลายเออร์ที่ตรวจสอบความน่าเชื่อถือแล้วอย่างน้อย 1-2 ราย
  7. ไม่ใช่สินค้าที่ต้องขออนุญาต อย. หรือมีลิขสิทธิ์ซับซ้อน (ยกเว้นคุณเตรียมเอกสารพร้อมแล้ว)
  8. มีจุดต่างจากคู่แข่งอย่างน้อยหนึ่งอย่าง ไม่ว่าจะเป็นราคา คุณภาพ หรือบริการ

ถ้าสินค้าที่เล็งไว้ผ่านทั้งแปดข้อนี้ นั่นคือสัญญาณที่ดีว่าพร้อมสั่งสต็อกและเริ่มลิสต์ขายได้แล้ว แต่ถ้าติดข้อใดข้อหนึ่ง ให้กลับไปทบทวนขั้นตอนที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจสั่งจำนวนมาก

ตัวอย่างสินค้าที่ไม่ผ่านเช็กลิสต์: เพราะอะไรถึงไม่เหมาะกับมือใหม่

ลองเทียบกับตัวอย่างที่ตรงข้ามกัน สมมติคุณกำลังคิดจะขายโคมไฟแก้วตั้งโต๊ะทรงใหญ่ ราคาขายสูงและดูมีกำไรต่อชิ้นดี แต่เมื่อเทียบกับเช็กลิสต์แปดข้อจะพบปัญหาหลายจุด: น้ำหนักเกิน 2 กิโลกรัมต่อชิ้น ทำให้ค่าส่งสูงกว่าคู่แข่งที่ขายของชิ้นเล็ก เป็นแก้วจึงแตกง่าย ต้องใช้กล่องพิเศษและวัสดุกันกระแทกหนา เพิ่มต้นทุนบรรจุภัณฑ์และความเสี่ยงคืนสินค้าทุกครั้งที่ขนส่งเสียหาย และเมื่อค้นหาใน Shopee Thailand พบว่ามีผู้ขายน้อยรายมาก แสดงว่าตลาดอาจยังไม่กว้างพอหรือมีอุปสรรคบางอย่างที่ผู้ขายรายอื่นเลี่ยงอยู่

สินค้าแบบนี้ไม่ได้แปลว่าขายไม่ได้เลย แต่เหมาะกับผู้ขายที่มีทุนสำรองรับความเสี่ยงคืนสินค้าได้มากกว่า มีระบบบรรจุภัณฑ์เฉพาะทางอยู่แล้ว หรือมีหน้าร้านที่ลูกค้าเลือกซื้อด้วยตัวเองแทนการส่งพัสดุ มากกว่าจะเป็นตัวเลือกแรกสำหรับร้านที่เพิ่งเปิดและยังไม่มีระบบรองรับความเสี่ยงเหล่านี้

เปรียบเทียบสองตัวอย่างนี้ให้เห็นภาพชัดว่าเช็กลิสต์แปดข้อไม่ได้เขียนขึ้นมาลอย ๆ แต่ป้องกันปัญหาที่ร้านใหม่ส่วนใหญ่เจอจริงในเดือนแรก ๆ ของการขาย

ตารางสรุปหกขั้นตอนการเลือกสินค้า

ขั้นตอนคำถามหลักที่ต้องตอบเครื่องมือหรือแหล่งข้อมูล
1. เช็กคุณสมบัติน้ำหนักเบา ไม่แตกง่าย เก็บง่ายไหมชั่งน้ำหนักและวัดขนาดสินค้าจริง
2. เลือกหมวดหมวดนี้มีดีมานด์สม่ำเสมอหรือแค่เทรนด์ชั่วคราวสังเกตอายุร้านคู่แข่งใน Shopee Thailand
3. ตรวจดีมานด์มีคนขายและมีคนซื้อจริงไหมตัวเลข “X ชิ้นที่ขายได้” และรีวิวคู่แข่ง
4. คำนวณกำไรเหลือกำไรจริงหลังหักทุกค่าใช้จ่ายไหมตารางต้นทุนตามขั้นตอนที่ 4
5. หาแหล่งสินค้าซัพพลายเออร์ไหนเหมาะกับทุนของคุณตลาดขายส่ง ผู้ผลิต Alibaba หรือผลิตเอง
6. ระวังข้อผิดพลาดสินค้านี้เข้าข่ายความเสี่ยงพิเศษไหมเช็กลิสต์แปดข้อด้านบน

ใช้ตารางนี้เป็นแผนที่ย่อทุกครั้งที่มีไอเดียสินค้าใหม่เข้ามาในหัว ไม่ต้องอ่านคู่มือทั้งบทความซ้ำทุกครั้ง เพียงไล่ตอบคำถามหลักทั้งหกข้อในตารางก็เพียงพอสำหรับการตัดสินใจเบื้องต้น

เทียบสองตัวอย่างจากบทความนี้แบบเห็นภาพ

เกณฑ์กระเป๋าผ้าใบพิมพ์ลายโคมไฟแก้วตั้งโต๊ะ
น้ำหนักเบา พับเก็บได้หนัก เกิน 2 กิโลกรัม
ความเสี่ยงแตกหักต่ำมากสูง เป็นแก้วทั้งชิ้น
ค่าบรรจุภัณฑ์ต่ำ ใช้ถุงพลาสติกกันน้ำสูง ต้องใช้กล่องพิเศษและกันกระแทกหนา
จำนวนผู้ขายที่พบใน Shopee Thailandหลายสิบราย ยืนยันดีมานด์น้อยราย ตลาดแคบ
เหมาะกับมือใหม่เหมาะ เริ่มได้เลยไม่เหมาะเป็นตัวแรก

ตารางนี้สรุปให้เห็นว่าปัจจัยเดียวกันที่ใช้ในเช็กลิสต์แปดข้อ นำไปใช้ตัดสินสินค้าสองแบบที่ต่างกันได้อย่างไรในทางปฏิบัติ

หมวดสินค้ายอดนิยมของผู้ขายมือใหม่ในไทย เทียบระดับความเสี่ยงและระดับดีมานด์

หมวดสินค้าระดับดีมานด์ระดับความเสี่ยงสำหรับมือใหม่
ความงามและสกินแคร์สูง สม่ำเสมอต่ำ
เครื่องแต่งกายและแฟชั่นสูง แข่งขันสูงปานกลาง
ของใช้ในบ้านชิ้นเล็กปานกลาง สม่ำเสมอต่ำ
ของใช้แม่และเด็กปานกลาง ซื้อซ้ำสูงต่ำ
อาหารแห้งและขนมปานกลางปานกลาง ถ้าต้องขอ อย.
เครื่องใช้ไฟฟ้าสูง แต่เฉพาะกลุ่มสูง
เฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่ปานกลางสูง

ตารางนี้ใช้ประกอบการตัดสินใจเบื้องต้นเท่านั้น ควรตรวจสอบดีมานด์จริงตามขั้นตอนที่ 3 ก่อนสั่งสต็อกทุกครั้ง เพราะระดับดีมานด์และความเสี่ยงเปลี่ยนแปลงได้ตามช่วงเวลาและพฤติกรรมผู้บริโภคที่แท้จริง

สรุปสั้น ๆ ก่อนเริ่มลงมือ

  • ขายของอะไรดี ไม่มีคำตอบเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน ขึ้นอยู่กับทุน ความเสี่ยงที่รับได้ และความรู้ในสินค้านั้น
  • เริ่มจากสินค้า evergreen ที่ผ่านสี่เกณฑ์พื้นฐานก่อนเสมอ
  • ตรวจดีมานด์จริงด้วยข้อมูลจาก Shopee Thailand และ Lazada ไทย ไม่ใช่ความรู้สึกส่วนตัว
  • คำนวณกำไรทุกครั้งก่อนสั่งสต็อกจำนวนมาก
  • ใช้เช็กลิสต์แปดข้อและตารางสรุปในบทความนี้เป็นเครื่องมือทบทวนทุกครั้งที่มีไอเดียใหม่
  • อย่ากลัวคู่แข่ง ให้มองหาช่องว่างที่ทำได้ดีกว่าแทน เช่น รูปสินค้าชัดกว่า ตอบแชทเร็วกว่า หรือราคาแข่งขันได้กว่า
  • ให้เวลาสินค้าที่เลือกอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ก่อนตัดสินใจเปลี่ยนทิศทาง อย่าสลับสินค้าถี่เกินไปในช่วงเริ่มต้น
  • เริ่มจากสต็อกจำนวนน้อยเสมอ ในการสั่งครั้งแรกกับซัพพลายเออร์ใหม่ทุกราย ไม่ว่าจะมั่นใจแค่ไหนก็ตาม เก็บบทเรียนนี้ไว้ใช้ซ้ำ

เมื่อเลือกสินค้าได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือเปิดบัญชีผู้ขายและตั้งค่าร้าน อ่านรายละเอียดแบบทีละขั้นตอนได้ที่ เปิดร้านออนไลน์บนมาร์เก็ตเพลส: วิธีเปิดร้านบน Shopee Thailand และ Lazada ไทย หรือดูภาพรวมทั้งกระบวนการตั้งแต่เลือกสินค้าจนถึงรับออเดอร์แรกได้ที่ วิธีขายของออนไลน์มือใหม่: คู่มือครบ จบในที่เดียว

สำหรับการจดทะเบียนธุรกิจเมื่อร้านเติบโตขึ้น ตรวจสอบเกณฑ์ปัจจุบันได้โดยตรงที่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) และหากพร้อมเปิดร้านแล้ว สมัครบัญชีผู้ขายได้ที่ Shopee Thailand Seller Centre

Keep Reading

  • วิธีขายของออนไลน์บนมาร์เก็ตเพลสไทย: ภาพรวมทุกอย่าง: Hub หลักรวมทุกคู่มือสำหรับผู้ขายในไทย
  • สินค้าขายดีบน Shopee และ Lazada ไทย: วิธีค้นหา Best Sellers: วิเคราะห์สินค้าที่ขายดีอยู่แล้วด้วยข้อมูลจริง
  • เปิดร้านออนไลน์บนมาร์เก็ตเพลส: วิธีเปิดร้านบน Shopee Thailand และ Lazada ไทย: ขั้นตอนสมัครบัญชีผู้ขายแบบละเอียด
  • วิธีขายของออนไลน์มือใหม่: คู่มือครบ จบในที่เดียว: ภาพรวมตั้งแต่เลือกแพลตฟอร์มจนถึงรับออเดอร์แรก

FAQ

มือใหม่ควรขายสินค้าประเภทไหนก่อน?

สินค้าที่เหมาะกับมือใหม่มักมีลักษณะร่วม: น้ำหนักเบา ไม่แตกหักง่าย เก็บรักษาง่าย และมีความต้องการสม่ำเสมอตลอดปี หมวดที่มือใหม่มักเริ่มได้ดีบน Shopee Thailand ได้แก่ ความงามและสกินแคร์ เครื่องแต่งกาย ของใช้ในบ้านชิ้นเล็ก และของใช้แม่และเด็ก เลือกสินค้าที่คุณรู้จักดีและตอบคำถามลูกค้าได้ง่าย

จะรู้ได้อย่างไรว่าสินค้าที่เลือกมีคนต้องการจริง?

ค้นหาสินค้าที่สนใจใน Shopee Thailand แล้วดูว่ามีผู้ขายรายอื่นขายอยู่แล้วไหม ถ้ามีหลายรายและบางรายมียอดขายสูง แสดงว่ามีดีมานด์จริง ตัวเลข X ชิ้นที่ขายได้ ที่แสดงในหน้าสินค้าช่วยประเมินได้คร่าว ๆ การเริ่มจากหมวดที่มีคนขายอยู่แล้วแต่คุณทำได้ดีกว่าในเรื่องรูปหรือราคา ปลอดภัยกว่าสำหรับมือใหม่

ควรเลือกสินค้าเทรนด์หรือสินค้าที่ขายได้ตลอดปี?

สำหรับมือใหม่ แนะนำให้เริ่มจากสินค้าที่ขายได้ตลอดปี (evergreen) เป็นฐานหลักก่อน เพราะดีมานด์สม่ำเสมอและวางแผนสต็อกง่ายกว่า สินค้าเทรนด์ทำกำไรได้เร็วแต่ความต้องการลดลงเร็วเช่นกัน หากมีทุนเหลือ อาจเพิ่มสินค้าเทรนด์เป็นสัดส่วนเล็ก ๆ ควบคู่ไปกับสินค้า evergreen

ต้องมีทุนเท่าไหร่ถึงจะเริ่มขายของออนไลน์ได้?

ไม่มีตัวเลขตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าและปริมาณสต็อกเริ่มต้น ผู้ขายมือใหม่หลายรายเริ่มจากสต็อกจำนวนน้อยเพื่อทดสอบดีมานด์ก่อนสั่งเพิ่ม โดยเฉพาะสินค้าที่สั่งจากตลาดขายส่งในประเทศซึ่งสั่งขั้นต่ำได้น้อยกว่าการนำเข้า คำนวณต้นทุนสินค้า ค่าคอมมิชชั่นแพลตฟอร์ม และค่าบรรจุภัณฑ์ก่อนตัดสินใจสั่งสต็อกทุกครั้ง

หาสินค้ามาขายออนไลน์ได้จากที่ไหนบ้าง?

แหล่งหาสินค้าหลักสำหรับผู้ขายไทยมีสี่ทาง: ตลาดขายส่งอย่างสำเพ็งหรือโบ๊เบ๊สำหรับสินค้าแฟชั่นและของใช้ทั่วไป ผู้ผลิตในประเทศติดต่อตรงเพื่อราคาที่ดีกว่า Alibaba หรือ 1688 สำหรับสินค้านำเข้าจากจีน และผลิตเองสำหรับงานฝีมือหรืออาหาร แต่ละทางเหมาะกับเงินทุนและประเภทสินค้าที่ต่างกัน

คำถามที่พบบ่อย

มือใหม่ควรขายสินค้าประเภทไหนก่อน?
สินค้าที่เหมาะกับมือใหม่มักมีลักษณะร่วม: น้ำหนักเบา ไม่แตกหักง่าย เก็บรักษาง่าย และมีความต้องการสม่ำเสมอตลอดปี หมวดที่มือใหม่มักเริ่มได้ดีบน Shopee Thailand ได้แก่ ความงามและสกินแคร์ เครื่องแต่งกาย ของใช้ในบ้านชิ้นเล็ก และของใช้แม่และเด็ก เลือกสินค้าที่คุณรู้จักดีและตอบคำถามลูกค้าได้ง่าย
จะรู้ได้อย่างไรว่าสินค้าที่เลือกมีคนต้องการจริง?
ค้นหาสินค้าที่สนใจใน Shopee Thailand แล้วดูว่ามีผู้ขายรายอื่นขายอยู่แล้วไหม ถ้ามีหลายรายและบางรายมียอดขายสูง แสดงว่ามีดีมานด์จริง ตัวเลข X ชิ้นที่ขายได้ ที่แสดงในหน้าสินค้าช่วยประเมินได้คร่าว ๆ การเริ่มจากหมวดที่มีคนขายอยู่แล้วแต่คุณทำได้ดีกว่าในเรื่องรูปหรือราคา ปลอดภัยกว่าสำหรับมือใหม่
ควรเลือกสินค้าเทรนด์หรือสินค้าที่ขายได้ตลอดปี?
สำหรับมือใหม่ แนะนำให้เริ่มจากสินค้าที่ขายได้ตลอดปี (evergreen) เป็นฐานหลักก่อน เพราะดีมานด์สม่ำเสมอและวางแผนสต็อกง่ายกว่า สินค้าเทรนด์ทำกำไรได้เร็วแต่ความต้องการลดลงเร็วเช่นกัน หากมีทุนเหลือ อาจเพิ่มสินค้าเทรนด์เป็นสัดส่วนเล็ก ๆ ควบคู่ไปกับสินค้า evergreen
ต้องมีทุนเท่าไหร่ถึงจะเริ่มขายของออนไลน์ได้?
ไม่มีตัวเลขตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าและปริมาณสต็อกเริ่มต้น ผู้ขายมือใหม่หลายรายเริ่มจากสต็อกจำนวนน้อยเพื่อทดสอบดีมานด์ก่อนสั่งเพิ่ม โดยเฉพาะสินค้าที่สั่งจากตลาดขายส่งในประเทศซึ่งสั่งขั้นต่ำได้น้อยกว่าการนำเข้า คำนวณต้นทุนสินค้า ค่าคอมมิชชั่นแพลตฟอร์ม และค่าบรรจุภัณฑ์ก่อนตัดสินใจสั่งสต็อกทุกครั้ง
หาสินค้ามาขายออนไลน์ได้จากที่ไหนบ้าง?
แหล่งหาสินค้าหลักสำหรับผู้ขายไทยมีสี่ทาง: ตลาดขายส่งอย่างสำเพ็งหรือโบ๊เบ๊สำหรับสินค้าแฟชั่นและของใช้ทั่วไป ผู้ผลิตในประเทศติดต่อตรงเพื่อราคาที่ดีกว่า Alibaba หรือ 1688 สำหรับสินค้านำเข้าจากจีน และผลิตเองสำหรับงานฝีมือหรืออาหาร แต่ละทางเหมาะกับเงินทุนและประเภทสินค้าที่ต่างกัน

Related Articles

Before you go, grab the Shopee setup playbook

Registration, first listing, COD activation, ShopeePay setup. 15 pages, annotated screenshots.

You're in! Check your inbox for a welcome email.

No spam. Unsubscribe anytime.