รหัสสินค้า (SKU): วิธีสร้างและใช้งานสำหรับผู้ขายบน Shopee Thailand และ Lazada ไทย
รหัสสินค้า (SKU) คืออะไร ต่างจากบาร์โค้ดอย่างไร วิธีออกแบบระบบรหัสสินค้าเอง และวิธีใส่ใน Shopee Thailand และ Lazada Seller Center
รหัสสินค้าดูเหมือนเรื่องเล็ก
จนกว่าสต็อกจะเริ่มปนกันและออเดอร์เริ่มหลุด

ผู้ขายบน Shopee Thailand และ Lazada ไทยจำนวนมากเจอช่อง “รหัสสินค้า” หรือ “SKU” ตอนเพิ่มสินค้าครั้งแรก แล้วเว้นว่างไว้เพราะไม่รู้ว่าต้องกรอกอะไร หรือกรอกมั่ว ๆ ไปแบบไม่มีระบบ ปัญหาจะยังไม่โผล่ตอนมีสินค้าไม่กี่รายการ แต่พอร้านโตขึ้นมีสินค้าหลายสิบถึงหลายร้อยตัวเลือก การไม่มีระบบรหัสสินค้าที่ดีทำให้นับสต็อกผิด ส่งสินค้าผิดสี ผิดไซซ์ และเทียบยอดขายข้ามแพลตฟอร์มไม่ได้เลย
คู่มือนี้อธิบายรหัสสินค้า (SKU) คืออะไร ต่างจากบาร์โค้ดสินค้าที่ต้องขอจาก GS1 Thailand อย่างไร วิธีออกแบบระบบรหัสสินค้าที่ใช้ได้จริงตั้งแต่วันแรก ไปจนถึงขั้นตอนกรอกรหัสสินค้าในหน้าผู้ขาย Shopee Thailand Seller Centre และ Lazada Seller Center
คู่มือนี้เหมาะกับใคร?
- ผู้ขายมือใหม่ที่กำลังเพิ่มสินค้าแรกและเจอช่อง “รหัสสินค้า” หรือ “SKU” แล้วไม่แน่ใจว่าต้องใส่อะไร
- ผู้ขายที่มีสินค้าหลายสี หลายไซซ์ และเริ่มสับสนว่าตัวเลือกไหนเหลือสต็อกเท่าไหร่
- ผู้ขายที่ขายทั้ง Shopee Thailand และ Lazada ไทย และต้องการระบบรหัสเดียวที่ใช้ร่วมกันได้
- ผู้ขายที่เคยส่งสินค้าผิดรายการเพราะสต็อกในระบบไม่ตรงกับของจริง
ขั้นตอนที่ 1: รู้จักรหัสสินค้า (SKU) และความต่างจากบาร์โค้ด
รหัสสินค้า หรือ SKU (Stock Keeping Unit) คือชุดตัวอักษรและตัวเลขที่ร้านกำหนดขึ้นเองเพื่อระบุสินค้าแต่ละรายการในระบบสต็อกของตัวเอง ต่างจากบาร์โค้ดมาตรฐานสากลอย่าง EAN-13 ที่ต้องขอผ่าน GS1 Thailand รหัสสินค้าตั้งเองได้ทันทีโดยไม่ต้องสมัครหรือรอการอนุมัติจากใคร

หลายคนสับสนระหว่างรหัสสินค้ากับบาร์โค้ด เพราะทั้งสองอย่างดูเหมือนกันตรงที่เป็น “รหัสระบุสินค้า” แต่ทำหน้าที่คนละแบบ:
รหัสสินค้า (SKU)
เป็นรหัสภายในที่ร้านกำหนดเอง ไม่มีมาตรฐานกลาง ไม่ต้องขอที่ไหน ใช้สำหรับแยกสินค้าในระบบสต็อกของร้านตัวเอง กรอกได้ทันทีในช่อง “รหัสสินค้า” หรือ “SKU” ของ Shopee Thailand Seller Centre และ Lazada Seller Center
บาร์โค้ดสินค้า (เช่น EAN-13)
เป็นมาตรฐานสากลที่ต้องขอผ่าน GS1 Thailand เพื่อให้ระบบแคตตาล็อกกลางของแพลตฟอร์มจับคู่สินค้ากับฐานข้อมูลทั่วโลก มักใช้กับสินค้าแบรนด์ที่วางแผนขยายไปวางขายในห้างหรือส่งออก
| หัวข้อ | รหัสสินค้า (SKU) | บาร์โค้ด (เช่น EAN-13) |
|---|---|---|
| ใครกำหนด | ร้านค้าตั้งเอง | GS1 Thailand ออกให้ |
| ต้องขอหรือสมัครสมาชิกไหม | ไม่ต้อง | ต้องสมัครสมาชิก GS1 Thailand |
| ใช้ทำอะไร | จัดการสต็อกภายในร้าน | จับคู่แคตตาล็อกกลาง, มาตรฐานค้าปลีกสากล |
| รูปแบบ | อิสระ ร้านกำหนดเอง | ตัวเลขตามมาตรฐาน 13 หรือ 12 หลัก |
ร้านหนึ่งมีได้ทั้งสองอย่างพร้อมกัน สินค้าชิ้นเดียวกันอาจมีทั้งบาร์โค้ด EAN-13 ที่ติดมาจากโรงงาน และรหัสสินค้า SKU ที่ร้านตั้งเองเพื่อจัดการสต็อกในระบบภายใน หากต้องการรายละเอียดเรื่องบาร์โค้ดและวิธีขอ EAN-13 จาก GS1 Thailand โดยเฉพาะ อ่านเพิ่มเติมได้ที่ บาร์โค้ด สินค้า: วิธีขอและใช้งานสำหรับผู้ขายไทย
ขั้นตอนที่ 2: ทำไมผู้ขายบน Shopee Thailand และ Lazada ไทยต้องมีระบบรหัสสินค้า
รหัสสินค้าไม่ใช่ช่องบังคับเสมอไป แต่การเว้นว่างไว้หรือกรอกแบบไม่มีระบบทำให้จัดการสต็อกยากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อร้านมีสินค้าหลายตัวเลือก ผู้ขายที่มีมากกว่า 20-30 SKU มักพบปัญหานับสต็อกผิดถ้าไม่มีระบบรหัสที่ชัดเจนตั้งแต่ต้น
ตอนร้านเพิ่งเปิดและมีสินค้าไม่กี่รายการ การจำชื่อสินค้าแต่ละตัวยังพอทำได้ แต่ปัญหาจะเริ่มชัดเจนเมื่อสินค้ามีหลายสี หลายไซซ์ หรือหลายรุ่น เพราะแต่ละตัวเลือกคือสต็อกคนละก้อนที่ต้องนับแยกกัน
สัญญาณที่บอกว่าร้านต้องมีระบบรหัสสินค้าจริงจังแล้ว:
- มีสินค้ามากกว่า 20-30 SKU และเริ่มจำไม่ไหวว่าตัวไหนเหลือเท่าไหร่
- ขายสินค้าเดียวกันในหลายสี หลายไซซ์ และเคยส่งผิดตัวเลือกอย่างน้อยหนึ่งครั้ง
- ขายทั้ง Shopee Thailand, Lazada ไทย และ TikTok Shop พร้อมกัน แล้วต้องเทียบสต็อกข้ามแพลตฟอร์ม
- รับสินค้าจากซัพพลายเออร์หลายรายที่ตั้งชื่อสินค้าไม่เหมือนกัน
ระบบรหัสสินค้าที่ดีช่วยให้รับสินค้าเข้า นับสต็อก แพ็คสินค้า และเทียบยอดขายระหว่างแพลตฟอร์มทำได้เร็วขึ้นมาก โดยไม่ต้องเปิดดูชื่อสินค้ายาว ๆ ทีละรายการ และช่วยลดความผิดพลาดตอนแพ็คส่งซึ่งกระทบ rating ร้านโดยตรงบน Shopee Thailand และ Lazada
ขั้นตอนที่ 3: วิธีออกแบบระบบรหัสสินค้า (SKU) ที่ใช้ได้จริง
รหัสสินค้าที่ดีต้องอ่านแล้วรู้ทันทีว่าเป็นสินค้าอะไร สีอะไร ไซซ์ไหน โดยไม่ต้องเปิดเช็กในระบบ โครงสร้างที่นิยมใช้คือ หมวดหมู่-ชื่อย่อสินค้า-สี-ไซซ์ เรียงต่อกันด้วยเครื่องหมายขีด

การตั้งรหัสสินค้าไม่มีมาตรฐานตายตัว แต่ร้านที่จัดการสต็อกได้ดีมักยึดหลักการเดียวกัน 3 ข้อนี้:
หลักการที่ 1: สั้น อ่านง่าย และสื่อความหมาย
ใช้ตัวย่อภาษาอังกฤษหรือตัวเลขที่บอกประเภทสินค้า สี และไซซ์ในตัว เช่น สินค้าเสื้อยืดคอกลมสีขาวไซซ์ M ใช้รหัส SHIRT-WHT-M แทนที่จะใช้รหัสสุ่มอย่าง A00123 ซึ่งต้องเปิดระบบเช็กทุกครั้งถึงจะรู้ว่าคือสินค้าอะไร
หลักการที่ 2: ใช้โครงสร้างเดียวกันทุกสินค้าในร้าน
กำหนดรูปแบบตายตัวไว้ตั้งแต่ต้น เช่น [หมวดหมู่]-[ชื่อย่อสินค้า]-[สี]-[ไซซ์] แล้วใช้โครงสร้างนี้กับสินค้าทุกตัวในร้าน ไม่ใช่บางตัวใช้ตัวเลข บางตัวใช้ตัวอักษรแบบไม่มีแพทเทิร์น เพราะจะทำให้ค้นหาและกรองข้อมูลในสเปรดชีตยากขึ้นภายหลัง
หลักการที่ 3: ห้ามมีรหัสซ้ำกันระหว่างสินค้าคนละรายการ
สินค้าแต่ละ Variation ต้องมีรหัสไม่ซ้ำกันแม้แต่ตัวเดียว เพราะถ้ารหัสซ้ำ ระบบของ Shopee Thailand หรือ Lazada จะไม่สามารถแยกสต็อกของแต่ละตัวเลือกได้ถูกต้อง และอาจทำให้ขายสินค้าเกินจำนวนที่มีจริง
| ตัวอย่างรหัสสินค้า | ความหมาย |
|---|---|
| SHIRT-WHT-M | เสื้อยืด สีขาว ไซซ์ M |
| SHIRT-BLK-L | เสื้อยืด สีดำ ไซซ์ L |
| BAG-BRN-01 | กระเป๋า สีน้ำตาล รุ่น 01 |
| SNACK-CHOC-50G | ขนม รสช็อกโกแลต ขนาด 50 กรัม |
ผู้ขายที่รับสินค้าจากซัพพลายเออร์หลายรายมักเจอปัญหาว่าซัพพลายเออร์แต่ละรายตั้งชื่อสินค้าไม่เหมือนกัน วิธีแก้คือสร้างสเปรดชีตกลางที่เชื่อมชื่อสินค้าจากซัพพลายเออร์เข้ากับรหัสสินค้าที่ร้านตั้งเอง เพื่อให้ทุกคนในทีมใช้รหัสเดียวกันอ้างอิงสินค้าตัวเดียวกัน
ขั้นตอนที่ 4: วิธีกรอกรหัสสินค้าใน Shopee Thailand Seller Centre และ Lazada Seller Center
ทั้ง Shopee Thailand และ Lazada มีช่องกรอกรหัสสินค้าแยกจากช่องบาร์โค้ดในหน้าเพิ่มสินค้า กรอกรหัส SKU ที่ออกแบบไว้ตามขั้นตอนที่ 3 ลงในช่องนี้ ระบบจะใช้อ้างอิงสต็อกภายในบัญชีผู้ขายของคุณเท่านั้น

วิธีกรอกรหัสสินค้าใน Shopee Thailand Seller Centre:
- เข้า Shopee Thailand Seller Centre (seller.shopee.co.th) และล็อกอินเข้าบัญชีผู้ขาย
- เข้าเมนู สินค้าของฉัน แล้วเลือก เพิ่มสินค้าใหม่ หรือแก้ไขสินค้าที่มีอยู่
- เลื่อนไปที่ส่วน ตัวเลือกสินค้า (Variations) ถ้าสินค้ามีหลายสีหลายไซซ์
- มองหาช่อง รหัสสินค้า (SKU) ซึ่งแยกจากช่องบาร์โค้ด แล้วกรอกรหัสของแต่ละตัวเลือกให้ครบ
- บันทึกข้อมูลและตรวจสอบว่ารหัสที่กรอกตรงกับสเปรดชีตของคุณก่อนกดยืนยัน
วิธีกรอกรหัสสินค้าใน Lazada Seller Center:
- เข้า Lazada Seller Center และล็อกอิน
- ไปที่ Products แล้วเลือก Manage Products
- คลิกสินค้าที่ต้องการแก้ไข หรือเลือก Add Product สำหรับสินค้าใหม่
- ในส่วนตัวเลือกสินค้า มองหาช่อง Seller SKU แยกจากช่อง Barcode EAN/UPC
- กรอกรหัสสินค้าให้ตรงกับระบบที่ใช้ในร้าน แล้วบันทึกและ Submit
หมายเหตุ: Shopee Thailand และ Lazada ปรับปรุงหน้า Seller Centre เป็นระยะ ชื่อเมนูและตำแหน่งช่องกรอกอาจแตกต่างจากที่ระบุเล็กน้อย ถ้าหาไม่พบ ค้นหาคำว่า “SKU” หรือ “รหัสสินค้า” ในหน้าแก้ไขสินค้า และแยกให้ออกจากช่อง “บาร์โค้ด” หรือ “Barcode” ซึ่งเป็นช่องคนละหน้าที่กัน
ขั้นตอนที่ 5: จัดการรหัสสินค้าสำหรับสินค้าหลาย Variation และหลายแพลตฟอร์ม
สินค้าที่มีหลายสีหลายไซซ์ ควรมีรหัสสินค้าแยกกันทุกตัวเลือก และถ้าขายมากกว่าหนึ่งแพลตฟอร์ม ควรใช้ระบบรหัสหลักเดียวกันเพื่อให้เทียบสต็อกข้ามช่องทางได้ง่าย

กรณีสินค้ามีหลาย Variation
เสื้อสีขาวไซซ์ M กับเสื้อสีดำไซซ์ M ต้องมีรหัสสินค้าแยกกัน เพราะเป็นสต็อกคนละก้อน ถ้าใช้รหัสเดียวกันหมด ระบบของ Shopee Thailand และ Lazada จะนับสต็อกปนกันและอาจแสดงว่ามีของขายทั้งที่สีใดสีหนึ่งหมดสต็อกไปแล้ว
กรณีขายหลายแพลตฟอร์มพร้อมกัน
ใช้รหัสหลักชุดเดียวกันสำหรับสินค้าตัวเดียวกันในทุกแพลตฟอร์ม ผู้ขายบางรายเพิ่มตัวย่อแพลตฟอร์มต่อท้ายเพื่อแยกออเดอร์ เช่น SHIRT-WHT-M-SP สำหรับ Shopee, SHIRT-WHT-M-LZ สำหรับ Lazada และ SHIRT-WHT-M-TK สำหรับ TikTok Shop ไทยผ่าน TikTok Seller Center โดยยังอ้างอิงสินค้าตัวเดียวกันในสเปรดชีตกลาง วิธีนี้ทำให้เทียบยอดขายและสต็อกรวมข้ามแพลตฟอร์มได้ง่ายกว่าการตั้งรหัสแยกกันโดยไม่มีความสัมพันธ์กันเลย
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงเรื่องรหัสสินค้า:
| ข้อผิดพลาด | ผลที่เกิดขึ้น | วิธีหลีกเลี่ยง |
|---|---|---|
| ใช้รหัสเดียวกันกับสินค้าหลาย Variation | นับสต็อกปนกัน ขายเกินจำนวนจริง | 1 ตัวเลือก = 1 รหัส เสมอ |
| กรอกรหัสสินค้าลงในช่องบาร์โค้ด | ระบบจับคู่แคตตาล็อกผิด อาจถูก flag | แยกช่องรหัสสินค้ากับบาร์โค้ดให้ชัดเจน |
| เปลี่ยนโครงสร้างรหัสกลางทาง | ค้นหาและกรองสต็อกยากขึ้นเรื่อย ๆ | ตั้งโครงสร้างให้ชัดตั้งแต่สินค้าตัวแรก |
| ไม่บันทึกรหัสไว้ในสเปรดชีตกลาง | ทีมงานแต่ละคนอ้างอิงสินค้าไม่ตรงกัน | เก็บรหัสทั้งหมดในไฟล์เดียวที่ทุกคนเข้าถึงได้ |
ผู้ขายที่จัดการสต็อกได้ดีมักเริ่มจากระบบง่าย ๆ อย่าง Google Sheets ที่เชื่อมรหัสสินค้ากับชื่อสินค้า จำนวนสต็อก และซัพพลายเออร์ไว้ในไฟล์เดียว การเริ่มต้นด้วยระบบรหัสที่ชัดเจนตั้งแต่สินค้ารายการแรกง่ายกว่าการย้อนกลับมาแก้ไขทีหลังเมื่อร้านมีสินค้าหลายร้อยตัวเลือกแล้ว
Keep Reading
- บาร์โค้ด สินค้า: วิธีขอบาร์โค้ดและใช้งานสำหรับผู้ขายบน Shopee Thailand และ Lazada ไทย — รู้จักบาร์โค้ดมาตรฐานสากลและวิธีขอจาก GS1 Thailand
- เปิดร้านออนไลน์บนมาร์เก็ตเพลส: วิธีเปิดร้านบน Shopee Thailand และ Lazada ไทย — สมัครบัญชีผู้ขายและตั้งค่าร้านครั้งแรก
- สินค้าขายดี: วิธีค้นหา Best Sellers บน Shopee และ Lazada ไทย — เลือกสินค้าที่ลูกค้าต้องการด้วยข้อมูลจริงจากแพลตฟอร์ม
- วิธีขายของออนไลน์มือใหม่: คู่มือครบ จบในที่เดียว — ภาพรวมตั้งแต่เลือกแพลตฟอร์มจนถึงรับออเดอร์แรก
FAQ
รหัสสินค้า (SKU) คืออะไร?
รหัสสินค้า หรือ SKU (Stock Keeping Unit) คือชุดตัวอักษรและตัวเลขที่ร้านค้ากำหนดขึ้นเองเพื่อระบุสินค้าแต่ละรายการในระบบของตัวเอง ต่างจากบาร์โค้ดมาตรฐานสากลอย่าง EAN-13 ที่ต้องขอผ่าน GS1 Thailand ผู้ขายบน Shopee Thailand และ Lazada ไทยตั้งรหัส SKU เองได้ทันทีในหน้าเพิ่มสินค้า ไม่ต้องสมัครสมาชิกหรือรอการอนุมัติจากหน่วยงานใด
รหัสสินค้ากับบาร์โค้ดต่างกันอย่างไร?
รหัสสินค้า (SKU) เป็นรหัสภายในที่ร้านตั้งเอง ใช้แยกสินค้าตามสี ไซซ์ หรือรุ่นในระบบของร้าน ส่วนบาร์โค้ด เช่น EAN-13 เป็นมาตรฐานสากลที่ต้องขอจาก GS1 Thailand เพื่อให้ระบบแคตตาล็อกกลางของแพลตฟอร์มจับคู่สินค้าได้ ร้านหนึ่งอาจมี SKU ของตัวเองโดยไม่มีบาร์โค้ดสากลเลยก็ได้ ทั้งสองระบบทำงานคู่กันได้แต่ทำหน้าที่คนละอย่าง
ตั้งรหัสสินค้า (SKU) เองได้ไหม ไม่ต้องขอที่ไหน?
ตั้งเองได้ทันที ไม่ต้องขอหรือจดทะเบียนกับหน่วยงานใด เพราะ SKU เป็นรหัสภายในสำหรับจัดการสต็อกของร้านเท่านั้น ผู้ขายกำหนดรูปแบบตัวอักษรและตัวเลขเองได้อิสระ ขอเพียงยึดโครงสร้างเดียวกันทุกสินค้าและไม่ใช้รหัสซ้ำกันระหว่างสินค้าคนละรายการในร้านเดียวกัน
รหัสสินค้าต้องเหมือนกันทุกแพลตฟอร์มไหม ถ้าขายทั้ง Shopee และ Lazada?
ควรใช้ระบบรหัสสินค้าเดียวกันในทุกแพลตฟอร์มที่ขาย เพราะช่วยให้เทียบสต็อกข้าม Shopee Thailand, Lazada ไทย และ TikTok Shop ได้ง่ายจากไฟล์เดียว ผู้ขายบางรายเพิ่มตัวย่อแพลตฟอร์มต่อท้ายรหัสหลัก เช่น SHIRT-WHT-M-SP สำหรับ Shopee เพื่อแยกออเดอร์แต่ละช่องทางโดยยังอ้างอิงสินค้าตัวเดียวกันได้
สินค้าที่มีหลายสีหลายไซซ์ ต้องมีรหัสสินค้าแยกกันทุกตัวเลือกไหม?
ควรแยกรหัสสินค้าทุก Variation เพราะแต่ละสีและไซซ์คือสต็อกคนละก้อน ถ้าใช้รหัสเดียวกันหมด ระบบนับสต็อกจะปนกันและอาจขายสินค้าเกินจำนวนที่มีจริง เสื้อสีขาวไซซ์ M กับเสื้อสีดำไซซ์ M ควรมีรหัสต่างกัน เช่น SHIRT-WHT-M และ SHIRT-BLK-M เพื่อให้ Shopee Thailand และ Lazada นับสต็อกแยกแต่ละตัวเลือกได้ถูกต้อง
คำถามที่พบบ่อย
รหัสสินค้า (SKU) คืออะไร?
รหัสสินค้ากับบาร์โค้ดต่างกันอย่างไร?
ตั้งรหัสสินค้า (SKU) เองได้ไหม ไม่ต้องขอที่ไหน?
รหัสสินค้าต้องเหมือนกันทุกแพลตฟอร์มไหม ถ้าขายทั้ง Shopee และ Lazada?
สินค้าที่มีหลายสีหลายไซซ์ ต้องมีรหัสสินค้าแยกกันทุกตัวเลือกไหม?
← Back to วิธีขายของออนไลน์บนมาร์เก็ตเพลสไทย: คู่มือผู้เริ่มต้น 2026
More in this series:
- วิธีขายของในติ๊กต๊อก: คู่มือเปิดร้านและขายสินค้าบน TikTok Shop ไทย
- ขายของอะไรดี? คู่มือเลือกสินค้าขายบนมาร์เก็ตเพลสไทย
- แคปชั่น ขายของ ฮาๆ: เขียนให้ลูกค้าเผลอกดซื้อ
- คำคม ขายของ: รวมประโยคโดนใจและแรงจูงใจสำหรับผู้ขายบน Shopee Thailand และ Lazada ไทย
- วิธีขายของออนไลน์มือใหม่: คู่มือครบ จบในที่เดียว สำหรับผู้เริ่มต้นบน Shopee Thailand และ Lazada ไทย
Related Articles
วิธีขายของในติ๊กต๊อก: คู่มือเปิดร้านและขายสินค้าบน TikTok Shop ไทย
วิธีขายของในติ๊กต๊อกฉบับมือใหม่ ตั้งแต่สมัคร TikTok Shop Seller Center ตั้งค่าร้าน ลงสินค้า ไลฟ์ขาย ไปจนถึงใช้ Affiliate ดันยอดขายบน TikTok Shop Thailand
ขายของอะไรดี? คู่มือเลือกสินค้าขายบนมาร์เก็ตเพลสไทย
ขายของอะไรดี? เกณฑ์เลือกสินค้าสำหรับมือใหม่ หมวดที่มีดีมานด์สม่ำเสมอ วิธีคำนวณกำไร และแหล่งหาสินค้า สำหรับขายบน Shopee Thailand และ Lazada ไทย
แคปชั่น ขายของ ฮาๆ: เขียนให้ลูกค้าเผลอกดซื้อ
แคปชั่น ขายของ ฮาๆ สำหรับผู้ขายไทยบน Shopee Thailand, Lazada ไทย และ TikTok Shop สูตรเขียนแคปชั่นตลกที่ดึงความสนใจ พร้อมตัวอย่างพร้อมใช้แยกตามหมวดสินค้า
Before you go, grab the Shopee setup playbook
Registration, first listing, COD activation, ShopeePay setup. 15 pages, annotated screenshots.
No spam. Unsubscribe anytime.