บาร์โค้ด สินค้า: วิธีขอบาร์โค้ดและใช้งานสำหรับผู้ขายบน Shopee Thailand และ Lazada ไทย
บาร์โค้ดสินค้าคืออะไร ผู้ขายบน Shopee Thailand และ Lazada ต้องมีไหม วิธีขอบาร์โค้ด EAN-13 จาก GS1 Thailand และวิธีใส่บาร์โค้ดในหน้าสินค้าบนมาร์เก็ตเพลส
ผู้ขายบน Shopee Thailand และ Lazada ไทยหลายคนสงสัยว่าบาร์โค้ดสินค้าจำเป็นไหม ต้องขอที่ไหน และถ้าไม่มีจะกระทบอะไรบ้าง คู่มือนี้ตอบทุกคำถาม ตั้งแต่บาร์โค้ดคืออะไร ประเภทไหนที่มาร์เก็ตเพลสรองรับ วิธีขอบาร์โค้ดมาตรฐาน ไปจนถึงขั้นตอนใส่บาร์โค้ดในหน้าสินค้าทีละขั้น

บาร์โค้ดสินค้า (Product Barcode) คือรหัสเส้นขีดหรือตัวเลขที่ระบุตัวตนของสินค้าแต่ละรายการโดยไม่ซ้ำกัน ระบบสแกนบาร์โค้ดอ่านข้อมูลนี้เพื่อดึงรายละเอียดสินค้า ราคา และสต็อกจากฐานข้อมูลในเสี้ยววินาที บาร์โค้ดที่คนไทยเห็นบ่อยที่สุดคือเส้นขีดแนวตั้งที่ด้านหลังกล่องสินค้าหรือฉลากบรรจุภัณฑ์ ซึ่งเรียกว่า EAN-13
สำหรับผู้ขายบน Shopee Thailand และ Lazada ไทย บาร์โค้ดสินค้ามีสองบทบาทหลัก: ช่วยให้ระบบแพลตฟอร์มจับคู่สินค้าของคุณกับแคตตาล็อกกลางได้ถูกต้อง และช่วยในการจัดการสต็อกเมื่อธุรกิจโตขึ้น ผู้ขายที่เพิ่งเริ่มต้นอาจไม่ได้สัมผัสปัญหาเรื่องบาร์โค้ดในวันแรก แต่เมื่อสินค้าหลายรายการเข้ามาในระบบและต้องจัดการออเดอร์จำนวนมาก บาร์โค้ดที่ถูกต้องทำให้งานทั้งหมดรวดเร็วขึ้นมาก
นอกจากนี้ บาร์โค้ดยังมีบทบาทสำคัญในการป้องกันการสับสนระหว่าง SKU เมื่อสินค้ามีหลายสี หลายขนาด หรือหลายรุ่น การมีบาร์โค้ดที่แตกต่างกันสำหรับแต่ละ variation ทำให้กระบวนการรับสินค้า แพ็ค และส่งถูกต้องตั้งแต่ต้น ลดปัญหาส่งผิดรายการที่กระทบ rating ร้านบน Shopee Thailand และ Lazada ไทย
การที่ร้านค้าออนไลน์ในไทยเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ลูกค้ามีตัวเลือกเปรียบเทียบสินค้ามากขึ้น ผู้ขายที่ listing สินค้ามีข้อมูลครบถ้วนรวมถึงบาร์โค้ดที่ถูกต้อง มักได้รับความเชื่อมั่นจากลูกค้ามากกว่า โดยเฉพาะในหมวดสินค้าสุขภาพ ความงาม และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ลูกค้าให้ความสำคัญกับความถูกต้องของสินค้าเป็นพิเศษ บาร์โค้ดที่ตรงกับฐานข้อมูลแคตตาล็อกช่วยให้ระบบ Shopee Thailand และ Lazada ยืนยันข้อมูลสินค้าได้อัตโนมัติ ลดโอกาสที่ listing จะถูก flag ว่ามีข้อมูลไม่ครบหรือน่าสงสัย
สิ่งที่คุณจะทำได้หลังอ่านคู่มือนี้: เข้าใจประเภทบาร์โค้ดที่มาร์เก็ตเพลสไทยรองรับ รู้ว่าเมื่อไหร่ต้องมีบาร์โค้ด ขอบาร์โค้ดมาตรฐาน EAN-13 ได้ถูกช่องทาง และใส่บาร์โค้ดในหน้าสินค้าบน Shopee Thailand Seller Centre และ Lazada Seller Center ได้ถูกต้อง
คู่มือนี้เหมาะกับใคร?
- ผู้ขายบน Shopee Thailand และ Lazada ที่กำลังเพิ่มสินค้าใหม่และเจอช่องกรอกบาร์โค้ด
- ผู้ขายที่ผลิตสินค้าเองหรือสินค้า Private Label และต้องการบาร์โค้ดสำหรับแบรนด์ตัวเอง
- ผู้ขายที่นำเข้าสินค้าและต้องจัดการบาร์โค้ดก่อนลิสต์บนมาร์เก็ตเพลส
- ผู้ขายที่กำลังขยายช่องทางขายจาก Shopee Thailand ไปยัง Lazada หรือ TikTok Shop ไทย และต้องการระบบบาร์โค้ดที่ใช้ร่วมกันได้ทุกแพลตฟอร์ม
- ผู้ขายที่เคยมีปัญหาส่งสินค้าผิดรายการหรือสต็อกไม่ตรง และต้องการแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นทาง
ขั้นตอนที่ 1: รู้จักประเภทบาร์โค้ดที่ผู้ขายไทยต้องรู้
บาร์โค้ดมีหลายประเภท แต่สำหรับสินค้าขายปลีกบนมาร์เก็ตเพลส EAN-13 คือมาตรฐานที่สำคัญที่สุด รู้จักประเภทนี้ก่อน แล้วค่อยดูว่าประเภทอื่นใช้งานในบริบทไหน

บาร์โค้ดที่ผู้ขายบน Shopee Thailand และ Lazada ไทยพบบ่อย:
EAN-13 (European Article Number)
บาร์โค้ดแนวตั้ง 13 หลักที่เห็นด้านหลังสินค้าทุกชิ้นในซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อ คือมาตรฐานสากลสำหรับสินค้าขายปลีก Shopee Thailand และ Lazada รองรับบาร์โค้ดประเภทนี้โดยตรงในช่องกรอกข้อมูลสินค้า ตัวเลข 3 หลักแรกระบุประเทศ (สินค้าไทยขึ้นต้นด้วย 885) ตามด้วยรหัสบริษัทและรหัสสินค้า และจบด้วย Check Digit 1 หลักที่ระบบใช้ตรวจสอบความถูกต้อง
UPC-A (Universal Product Code)
บาร์โค้ด 12 หลักที่ใช้แพร่หลายในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ถ้าคุณนำเข้าสินค้าจากอเมริกาหรือขายสินค้าแบรนด์อเมริกัน สินค้าอาจมีบาร์โค้ด UPC-A มาแล้ว ทั้ง Shopee Thailand และ Lazada รองรับ UPC-A เช่นกัน กรอกได้ในช่องเดียวกับ EAN-13
ISBN (International Standard Book Number)
สำหรับหนังสือโดยเฉพาะ ถ้าคุณขายหนังสือบน Shopee Thailand หรือ Lazada ไทย ใช้ ISBN ของหนังสือแทน EAN-13 ทั่วไป ISBN รุ่นใหม่มี 13 หลักและสอดคล้องกับ EAN-13 จึงใช้ช่องกรอกเดียวกันได้ ถ้าคุณขายหนังสือที่พิมพ์ออกมาก่อน ISBN-13 มาแพร่หลาย สามารถแปลง ISBN-10 เป็น ISBN-13 ได้โดยเพิ่มคำนำหน้า 978 และคำนวณ Check Digit ใหม่ผ่านเครื่องมือออนไลน์
QR Code
ไม่ใช่บาร์โค้ดสินค้ามาตรฐานสำหรับมาร์เก็ตเพลส QR Code ใช้สำหรับลิงก์เว็บ โปรโมชั่น หรือข้อมูลเพิ่มเติม ไม่ใช่รหัสระบุตัวตนสินค้าในระบบ Shopee หรือ Lazada อย่าสับสนระหว่าง QR Code กับบาร์โค้ดสินค้ามาตรฐาน
| ประเภทบาร์โค้ด | จำนวนหลัก | ใช้กับสินค้าประเภทไหน | Shopee/Lazada รองรับ |
|---|---|---|---|
| EAN-13 | 13 หลัก | สินค้าขายปลีกทั่วไป | ใช่ |
| UPC-A | 12 หลัก | สินค้าแบรนด์อเมริกา | ใช่ |
| ISBN | 13 หลัก | หนังสือ | ใช่ |
| QR Code | ตัวแปร | ลิงก์/ข้อมูล | ไม่ใช่รหัสสินค้า |
ขั้นตอนที่ 2: เข้าใจว่าผู้ขายบน Shopee Thailand และ Lazada ต้องมีบาร์โค้ดเมื่อไหร่
บาร์โค้ดไม่ใช่ข้อบังคับในการเปิดร้านบนมาร์เก็ตเพลสไทย แต่มีสถานการณ์ที่บาร์โค้ดช่วยให้สินค้าคุณได้เปรียบและจัดการได้ง่ายขึ้นอย่างชัดเจน รู้จัก 4 สถานการณ์นี้ก่อนตัดสินใจ
สถานการณ์ที่ 1: สินค้าแบรนด์ที่ผู้ผลิตออกบาร์โค้ดมาแล้ว
ถ้าคุณขายสินค้าแบรนด์ดังที่มีบาร์โค้ด EAN-13 ติดมาแล้วจากโรงงานหรือนำเข้า ให้กรอกบาร์โค้ดนั้นลงใน Shopee Thailand Seller Centre หรือ Lazada Seller Center ทันที ระบบจะจับคู่สินค้าของคุณกับแคตตาล็อกกลางของแพลตฟอร์มได้โดยอัตโนมัติ ทำให้ listing ของคุณปรากฏพร้อมข้อมูลสินค้าที่ถูกต้องโดยไม่ต้องกรอกรายละเอียดซ้ำทั้งหมด
สถานการณ์ที่ 2: สินค้า Private Label หรือสินค้าที่ผลิตเอง
ถ้าคุณผลิตสินค้าเองหรือมีแบรนด์ส่วนตัว คุณต้องขอบาร์โค้ดผ่าน GS1 Thailand เพื่อให้ได้รหัส EAN-13 ที่ถูกต้องตามมาตรฐานสากล บาร์โค้ดนี้ระบุว่าสินค้าชิ้นนี้เป็นของแบรนด์คุณ ซึ่งสำคัญมากถ้าคุณวางแผนขยายไปวางขายในห้างหรือส่งออกในอนาคต
สถานการณ์ที่ 3: สินค้าที่ต้องการจัดการสต็อกหลายรายการ
ผู้ขายที่มีสินค้ามากกว่า 20–30 SKU จะพบว่าบาร์โค้ดช่วยในการนับสต็อก รับสินค้าจากซัพพลายเออร์ และอัปเดตจำนวนสินค้าบน Shopee Thailand และ Lazada ได้เร็วกว่าการดูชื่อสินค้าทีละรายการมาก เครื่องสแกนบาร์โค้ดมือถือราคาไม่แพงช่วยลดเวลาในงานเหล่านี้ได้อย่างชัดเจน
สถานการณ์ที่ 4: สินค้าในหมวดที่ Shopee Thailand หรือ Lazada กำหนดให้ต้องมีบาร์โค้ด
บางหมวดสินค้าบนมาร์เก็ตเพลสไทย เช่น สุขภาพและความงาม อาหารและเครื่องดื่ม หรือสินค้าอิเล็กทรอนิกส์บางประเภท อาจมีข้อกำหนดให้ใส่บาร์โค้ดมาตรฐาน ตรวจสอบ Category Requirements ในหน้าช่วยเหลือของ Shopee Thailand Seller Centre หรือ Lazada Seller Center สำหรับหมวดสินค้าที่คุณขาย
ขั้นตอนที่ 3: วิธีขอบาร์โค้ดมาตรฐาน EAN-13 จาก GS1 Thailand
GS1 Thailand คือองค์กรที่ได้รับสิทธิ์อย่างเป็นทางการในการออกบาร์โค้ดมาตรฐาน EAN/GS1 สำหรับสินค้าไทย การขอบาร์โค้ดผ่านช่องทางนี้ทำให้มั่นใจได้ว่ารหัสสินค้าของคุณไม่ซ้ำกับใครในโลก

GS1 Thailand อยู่ภายใต้หอการค้าไทย ออกบาร์โค้ด EAN-13 ที่รับรองมาตรฐานสากล GS1 ซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกับที่ห้างค้าปลีกทั่วโลกใช้
ขั้นตอนการขอบาร์โค้ดจาก GS1 Thailand:
ขั้นตอนที่ 3.1: เข้าเว็บไซต์และตรวจสอบข้อกำหนด
เข้า gs1th.org เพื่อดูข้อมูลการสมัครสมาชิกล่าสุด รวมถึงค่าธรรมเนียมและเอกสารที่ต้องเตรียม ค่าธรรมเนียมและแผนบริการอาจเปลี่ยนแปลงตามขนาดธุรกิจและจำนวนสินค้า ตรวจสอบจากเว็บโดยตรงแทนการเชื่อข้อมูลมือสองเสมอ
ขั้นตอนที่ 3.2: เตรียมเอกสารที่จำเป็น
เอกสารหลักที่มักต้องใช้:
- สำเนาทะเบียนพาณิชย์ หรือหนังสือรับรองบริษัท (กรณีนิติบุคคล)
- สำเนาบัตรประชาชนของผู้ขอหรือกรรมการผู้มีอำนาจ
- รายละเอียดสินค้าที่ต้องการลงทะเบียนบาร์โค้ด
ตรวจสอบเอกสารที่ต้องใช้จริงจากเว็บไซต์ GS1 Thailand เนื่องจากข้อกำหนดอาจปรับปรุงได้
ขั้นตอนที่ 3.3: สมัครสมาชิกและรับ GS1 Company Prefix
เมื่อสมัครสมาชิกสำเร็จ GS1 Thailand จะออก GS1 Company Prefix ให้คุณ ซึ่งคือตัวเลขคำนำหน้าที่ระบุตัวตนบริษัทของคุณในระบบสากล คุณนำ Prefix นี้ไปสร้างบาร์โค้ด EAN-13 สำหรับสินค้าแต่ละรายการได้ตามจำนวนที่แผนบริการอนุญาต
ขั้นตอนที่ 3.4: กำหนดหมายเลขสินค้าแต่ละรายการ
นำ GS1 Prefix ที่ได้รับมากำหนดหมายเลขสินค้าแต่ละรายการ (Item Reference Number) แล้วรวมกับ Check Digit ตัวสุดท้ายเพื่อให้ได้บาร์โค้ด EAN-13 ครบ 13 หลัก GS1 Thailand มีเครื่องมือช่วยคำนวณ Check Digit ให้ฟรีบนเว็บไซต์ วิธีนับหลักคือ: ตัวเลข Prefix ของบริษัท + หมายเลขสินค้าที่คุณกำหนดเอง + Check Digit 1 หลัก = 13 หลักรวม
ขั้นตอนที่ 3.5: สร้างและพิมพ์บาร์โค้ดจากตัวเลขที่ได้
ใช้โปรแกรมสร้างบาร์โค้ดหรือบริการออนไลน์ที่รองรับ EAN-13 เพื่อแปลงตัวเลข 13 หลักเป็นภาพบาร์โค้ดสำหรับพิมพ์ลงฉลาก GS1 Thailand แนะนำขนาดและสีที่ถูกต้องตามมาตรฐาน ตรวจสอบว่าสแกนได้จริงก่อนพิมพ์จำนวนมาก
หลังได้รับ GS1 Prefix แล้วทำอย่างไรต่อ?
เมื่อได้ GS1 Company Prefix แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือสร้างระบบจัดเก็บข้อมูลบาร์โค้ดของคุณ บันทึกว่า Prefix ไหนกำหนดให้สินค้าอะไร เพื่อป้องกันการสร้างบาร์โค้ดซ้ำสำหรับสินค้าต่างชนิดกัน ลงทะเบียนบาร์โค้ดสินค้าในฐานข้อมูล GS1 Thailand เพื่อให้ข้อมูลสินค้าของคุณปรากฏในระบบสืบค้นสากลซึ่งห้างค้าปลีกและแพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซใช้ตรวจสอบสินค้า และพิมพ์ทดสอบฉลากบาร์โค้ดก่อนพิมพ์จำนวนมาก เพื่อให้แน่ใจว่าบาร์โค้ดสแกนได้จริงในทุกสภาพแสงและบนพื้นผิวบรรจุภัณฑ์ที่คุณใช้
ทางเลือกสำหรับผู้ขายที่ยังไม่พร้อมสมัคร GS1:
สำหรับผู้ขายที่ใช้บาร์โค้ดเพื่อจัดการสต็อกภายในโดยยังไม่ต้องการมาตรฐานสากล มีตัวเลือกฟรีผ่านเว็บเจนเนอเรเตอร์ที่สร้างบาร์โค้ดสำหรับใช้ภายในได้ แต่ไม่ควรนำไปลงทะเบียนกับแพลตฟอร์มเป็นรหัสสินค้าสากล เพราะเลขที่สร้างเองอาจซ้ำกับสินค้าอื่นในระบบ
| วิธีการ | เหมาะกับ | ข้อดี | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|
| GS1 Thailand | ผู้ผลิตสินค้าเอง, Private Label | มาตรฐานสากล, รับรองโดย Shopee/Lazada | มีค่าสมาชิกรายปี |
| บาร์โค้ดจากผู้ผลิต | ผู้ขายที่ซื้อสินค้าแบรนด์มาขาย | ไม่ต้องขอเพิ่ม มีอยู่แล้ว | ต้องตรวจสอบว่าถูกต้องก่อนกรอก |
| เจนเนอเรเตอร์ฟรี | จัดการสต็อกภายในเท่านั้น | ฟรี ทันที | ไม่ใช่มาตรฐานสากล |
ขั้นตอนที่ 4: วิธีใส่บาร์โค้ดในหน้าสินค้าบน Shopee Thailand และ Lazada ไทย
บาร์โค้ดที่ถูกต้องใส่ครั้งเดียวแล้วช่วยได้ตลอด ทั้งการจับคู่แคตตาล็อก การจัดการสต็อก และการค้นหาสินค้า ทำขั้นตอนนี้ให้ถูกตั้งแต่แรกจะประหยัดเวลาในระยะยาว

วิธีใส่บาร์โค้ดใน Shopee Thailand Seller Centre:
- เปิด Shopee Thailand Seller Centre และล็อกอินเข้าบัญชีผู้ขาย
- เข้าเมนู สินค้าของฉัน (My Products) แล้วเลือกสินค้าที่ต้องการแก้ไข หรือคลิก เพิ่มสินค้าใหม่ ถ้ากำลังเพิ่มสินค้า
- เลื่อนลงไปที่ส่วน รายละเอียดสินค้า (Product Details)
- มองหาช่อง หมายเลขสินค้า หรือ Barcode / Product Code ซึ่งอยู่ในส่วนข้อมูลสินค้า
- พิมพ์ตัวเลขบาร์โค้ด EAN-13 หรือ UPC-A ให้ครบตามจำนวนหลัก ไม่ต้องมีช่องว่างหรือเครื่องหมาย
- บันทึกข้อมูลและตรวจสอบว่าช่องแสดงตัวเลขถูกต้องก่อนกดยืนยัน
หมายเหตุ: Shopee Thailand ปรับปรุงหน้า Seller Centre เป็นระยะ ชื่อเมนูและตำแหน่งช่องกรอกอาจแตกต่างจากที่ระบุเล็กน้อย ถ้าหาไม่พบ ค้นหาคำว่า “Barcode” หรือ “รหัสสินค้า” ในหน้าแก้ไขสินค้า
วิธีใส่บาร์โค้ดใน Lazada Seller Center:
- เข้า Lazada Seller Center และล็อกอิน
- ไปที่ Products แล้วเลือก Manage Products
- คลิกสินค้าที่ต้องการแก้ไข หรือเลือก Add Product สำหรับสินค้าใหม่
- ในส่วน Basic Information มองหาช่อง Barcode EAN/UPC หรือ Product ID
- กรอกตัวเลขบาร์โค้ดให้ถูกต้องตามประเภท
- บันทึกและ Submit
สิ่งที่ต้องตรวจสอบก่อนกรอกบาร์โค้ด:
- ตัวเลขครบตามประเภท (EAN-13 = 13 หลัก, UPC-A = 12 หลัก)
- ไม่มีตัวอักษรหรือสัญลักษณ์พิเศษ ตัวเลขเท่านั้น
- ตรวจสอบ Check Digit หลักสุดท้ายถูกต้อง (ใช้เครื่องมือตรวจสอบบนเว็บ GS1 Thailand)
- บาร์โค้ดเดียวกันไม่ควรใส่กับสินค้าหลายรายการที่แตกต่างกัน เพราะรหัสที่ซ้ำกันทำให้ระบบสับสน
กรณีสินค้ามีหลาย Variation:
ถ้าสินค้าคุณมีหลายตัวเลือก เช่น เสื้อผ้าหลายสี หลายขนาด แต่ละ variation ควรมีบาร์โค้ดแยกกัน เสื้อสีขาวไซส์ M = บาร์โค้ดหนึ่ง, เสื้อสีดำไซส์ M = บาร์โค้ดอีกหนึ่ง ระบบของ Shopee Thailand และ Lazada รองรับการกรอกบาร์โค้ดแยกตาม SKU Variation
บาร์โค้ดกับ TikTok Shop Thailand:
สำหรับผู้ขายที่ขายบน TikTok Shop ไทยด้วย TikTok Seller Center ก็มีช่องกรอก Product Identifier ที่รองรับ EAN-13 และ UPC-A เช่นกัน ใช้บาร์โค้ดเดียวกับที่กรอกใน Shopee Thailand และ Lazada ได้เลย เพราะรหัสสินค้าเป็นมาตรฐานเดียวกันทุกแพลตฟอร์ม การมีบาร์โค้ดครบในทุกแพลตฟอร์มช่วยให้ระบบ Multi-Channel Management (ถ้าคุณใช้) จัดการสต็อกและออเดอร์ข้ามแพลตฟอร์มได้อัตโนมัติโดยอ้างอิงจากรหัสสินค้าเดียวกัน
ขั้นตอนที่ 5: เคล็ดลับการจัดการบาร์โค้ดสินค้าสำหรับผู้ขายมาร์เก็ตเพลสไทย
บาร์โค้ดที่ดีไม่ใช่แค่ตัวเลขในช่องกรอก แต่คือระบบที่เชื่อมการจัดการสต็อกจากซัพพลายเออร์ถึงมือลูกค้าบน Shopee Thailand และ Lazada ได้อย่างไม่มีข้อผิดพลาด

เคล็ดลับที่ 1: พิมพ์ฉลากบาร์โค้ดติดสินค้าทุกชิ้นก่อนส่ง
สำหรับผู้ขายที่ผลิตสินค้าเองหรือสินค้าที่ยังไม่มีบาร์โค้ดจากโรงงาน การพิมพ์ฉลากบาร์โค้ดติดสินค้าก่อนแพ็คช่วยลดปัญหาส่งของผิดรายการ เครื่องพิมพ์ฉลากความร้อน (Thermal Label Printer) เป็นตัวเลือกยอดนิยมของผู้ขายบนมาร์เก็ตเพลสไทยเพราะไม่ต้องใช้หมึกและพิมพ์เร็ว หาซื้อได้บน Shopee Thailand หรือ Lazada ในราคาหลากหลายระดับ ฉลากบาร์โค้ดควรติดในตำแหน่งที่มองเห็นได้ง่ายและไม่ถูกบดบังโดยบรรจุภัณฑ์หรือเทปกาวเมื่อแพ็คส่ง
สำหรับผู้ขายที่พิมพ์ฉลากจำนวนมากในคราวเดียว ให้ทดสอบสแกนฉลากจากชุดแรกก่อนพิมพ์ชุดใหญ่ เพราะบางครั้งตั้งค่าขนาดหรือความละเอียดผิด ทำให้บาร์โค้ดชุดทั้งหมดสแกนไม่ได้และต้องพิมพ์ใหม่ทั้งหมด
เคล็ดลับที่ 2: บันทึกรหัสบาร์โค้ดในระบบสต็อกของคุณ
สร้าง spreadsheet ที่เชื่อมบาร์โค้ดกับชื่อสินค้า, SKU ใน Shopee Thailand Seller Centre, และข้อมูลซัพพลายเออร์ไว้ในไฟล์เดียวกัน เมื่อรับสินค้าใหม่จากซัพพลายเออร์ สแกนบาร์โค้ดแล้วระบบจะดึงชื่อสินค้าและจำนวนที่ต้องอัปเดตขึ้นมาทันที ไม่ต้องพิมพ์ชื่อสินค้าทีละตัว
| คอลัมน์ใน Spreadsheet | ตัวอย่างข้อมูล |
|---|---|
| บาร์โค้ด EAN-13 | 8851234567890 |
| ชื่อสินค้า | เสื้อยืดคอกลม สีขาว ไซส์ M |
| SKU Shopee | SHIRT-WHT-M |
| SKU Lazada | TH-SHIRT-001-WHT-M |
| ซัพพลายเออร์ | ร้านสมชายเทรดดิ้ง |
| ราคาทุน (฿) | ฿45 |
เคล็ดลับที่ 3: ตรวจสอบบาร์โค้ดก่อนกรอกใน Seller Centre
ก่อนกรอกบาร์โค้ดในหน้าสินค้า Shopee Thailand หรือ Lazada ใช้เครื่องสแกนมือถือหรือแอป barcode scanner ฟรีสแกนบาร์โค้ดบนสินค้าก่อน เพื่อตรวจสอบว่าตัวเลขที่อ่านได้ตรงกับที่พิมพ์อยู่ด้านล่างบาร์โค้ด ป้องกันปัญหากรอกเลขผิดที่แก้ไขในภายหลังยาก
เคล็ดลับที่ 4: ใช้บาร์โค้ดเดียวกันสำหรับสินค้าชนิดเดียวกันทุกแพลตฟอร์ม
ถ้าคุณขายสินค้าเดียวกันทั้งบน Shopee Thailand และ Lazada ไทย ใช้บาร์โค้ด EAN-13 เดียวกันสำหรับสินค้ารายการนั้นทั้งสองแพลตฟอร์ม อย่าสร้างบาร์โค้ดแยกสำหรับแต่ละแพลตฟอร์ม เพราะบาร์โค้ดระบุตัวตนสินค้า ไม่ใช่ระบุแพลตฟอร์มขาย การมีบาร์โค้ดที่สม่ำเสมอทั่วทุกช่องทางช่วยให้การตรวจสอบสต็อกข้ามแพลตฟอร์มทำได้ง่ายขึ้นมาก
เคล็ดลับที่ 5: บาร์โค้ดบนสินค้าต้องสแกนได้จริง
ถ้าคุณพิมพ์ฉลากบาร์โค้ดเองหรือออกแบบบรรจุภัณฑ์ ตรวจสอบ 3 เรื่องนี้เสมอ: ขนาดบาร์โค้ดไม่เล็กเกินไป, พื้นหลังสว่างและเส้นขีดเข้มพอ, พื้นที่ว่างรอบบาร์โค้ด (Quiet Zone) ไม่มีสิ่งพิมพ์อื่นบังเข้ามา บาร์โค้ดที่สแกนไม่ได้ทำให้เสียเวลาที่หน้าเคาน์เตอร์รับสินค้าและห้างที่รับส่งมอบสินค้า ทดสอบสแกนด้วยแอปมือถือก่อนพิมพ์จำนวนมากเสมอ
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงเรื่องบาร์โค้ดสินค้า:
| ข้อผิดพลาด | ผลที่เกิด | วิธีหลีกเลี่ยง |
|---|---|---|
| ใช้บาร์โค้ดเดียวกันกับสินค้าหลายรายการ | ระบบสับสน สต็อกผิดพลาด | 1 สินค้า = 1 บาร์โค้ด |
| กรอกบาร์โค้ดที่ไม่มีอยู่จริง | Listing อาจถูกลบหรือถูก flag | ใช้บาร์โค้ดจริงเท่านั้น |
| ฉลากบาร์โค้ดพิมพ์เล็กเกินหรือพิมพ์ไม่ชัด | สแกนไม่ได้ ล่าช้าในการรับสินค้า | ทดสอบสแกนก่อนใช้จริง |
| ใส่บาร์โค้ดใน Shopee แต่ไม่พิมพ์ฉลากติดสินค้า | สินค้าจริงกับระบบไม่ตรงกัน | ทำให้ระบบและสินค้าสอดคล้องกัน |
| ใส่บาร์โค้ดของสินค้าแบรนด์อื่นกับสินค้าตัวเอง | ละเมิดนโยบายแพลตฟอร์ม อาจโดนระงับร้าน | ใช้บาร์โค้ดที่ถูกต้องของสินค้านั้น |
เมื่อไหร่ควรเริ่มลงทุนกับระบบบาร์โค้ดจริงจัง?
ผู้ขายบน Shopee Thailand และ Lazada ที่เพิ่งเริ่มต้นหรือมีสินค้าไม่กี่รายการ การกรอกบาร์โค้ดจากผู้ผลิตลงในช่องที่มีก็เพียงพอ แต่เมื่อร้านโตขึ้นและมีสัญญาณต่อไปนี้ ถึงเวลาลงทุนกับระบบบาร์โค้ดอย่างจริงจัง: จัดการสินค้ามากกว่า 30 SKU, รับสินค้าจากซัพพลายเออร์หลายรายต่อสัปดาห์, เคยส่งสินค้าผิดรายการจากความสับสนของ SKU, หรือวางแผนขยายไปวางขายในห้างสรรพสินค้า ระบบบาร์โค้ดที่ดีเป็นการลงทุนที่คืนทุนเร็วในรูปแบบของเวลาที่ประหยัดได้และข้อผิดพลาดที่ลดลง
ผู้ขายบนมาร์เก็ตเพลสไทยที่จัดการสต็อกได้ดีมักมีจุดร่วมคือการใช้ระบบที่สม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็น Google Sheets ง่าย ๆ ที่เชื่อมบาร์โค้ดกับรายละเอียดสินค้า หรือโปรแกรมบัญชีที่ซิงค์กับ Shopee Thailand Seller Centre การเริ่มต้นด้วยระบบบาร์โค้ดง่าย ๆ ตั้งแต่แรกง่ายกว่าการต้องมาย้อนแก้ไขข้อมูลทีหลังเมื่อร้านโตขึ้นและมีสินค้าหลายร้อยรายการ ความผิดพลาดเรื่องสต็อกที่เกิดจากการไม่มีระบบบาร์โค้ดที่ดีกระทบโดยตรงต่อประสบการณ์ลูกค้าและ rating ของร้านในระยะยาว
คำถามที่ผู้ขายไทยมักถามเรื่องบาร์โค้ดสินค้า
ถามว่า: สินค้าจากซัพพลายเออร์จีนที่มีบาร์โค้ดอยู่แล้ว ใช้ได้เลยไหม?
บาร์โค้ดที่ติดมากับสินค้าจีนบางชิ้นอาจเป็นรหัสภายในของโรงงานที่ไม่ผ่านระบบ GS1 หรืออาจเป็น EAN-13 ที่ถูกต้อง ก่อนกรอกในหน้าสินค้าบน Shopee Thailand หรือ Lazada ให้สแกนบาร์โค้ดด้วยแอปมือถือเพื่อดูว่าดึงข้อมูลสินค้าขึ้นมาได้หรือไม่ ถ้าสแกนแล้วไม่แสดงข้อมูลสินค้าหรือแสดงสินค้าผิดชนิด ไม่ควรนำบาร์โค้ดนั้นไปลงทะเบียนในระบบ เนื่องจากอาจซ้ำกับสินค้าอื่น ในกรณีนี้ถ้าต้องการบาร์โค้ดที่ถูกต้อง ต้องขอผ่าน GS1 Thailand สำหรับแบรนด์ของคุณเอง
ถามว่า: ถ้าสินค้าไม่มีบาร์โค้ด จะลิสต์บน Shopee Thailand และ Lazada ได้ไหม?
ได้ในกรณีทั่วไป ช่องบาร์โค้ดใน Shopee Thailand Seller Centre และ Lazada Seller Center มักไม่ใช่ช่องบังคับสำหรับทุกหมวดสินค้า ผู้ขายสามารถเลือกไม่กรอกและ listing จะยังสร้างได้ตามปกติ ข้อที่ต้องระวังคือบางหมวดสินค้าอาจกำหนดให้ต้องมีบาร์โค้ด และระบบอาจ flag listing ที่ไม่มีบาร์โค้ดในหมวดที่ใช้แคตตาล็อกกลาง เช่น สินค้าอิเล็กทรอนิกส์บางประเภทหรือสินค้าสุขภาพ ตรวจสอบข้อกำหนดในหน้า Category Requirements ของแต่ละแพลตฟอร์มเสมอ
ถามว่า: ถ้าซื้อสินค้ามาจากตลาดหรือขายส่งที่ไม่มีบาร์โค้ดติดมา ควรทำอย่างไร?
ผู้ขายบน Shopee Thailand และ Lazada ที่รับสินค้าจากตลาดขายส่งหรือซัพพลายเออร์ขนาดเล็กซึ่งไม่มีบาร์โค้ดมาตรฐาน มีสองทางเลือก ทางเลือกแรกคือขายโดยไม่กรอกบาร์โค้ดในช่องที่ไม่บังคับ ซึ่งทำได้สำหรับสินค้าทั่วไปในหลายหมวด ทางเลือกที่สองคือสร้างรหัสภายในสำหรับจัดการสต็อกของตัวเองโดยไม่ต้องนำไปกรอกในระบบแพลตฟอร์ม ใช้สำหรับการนับสต็อก รับสินค้า และแพ็คออเดอร์ภายในเท่านั้น ซึ่งเป็นวิธีที่เหมาะกับผู้ขายขนาดเล็กที่ยังไม่มีความจำเป็นต้องขอบาร์โค้ดมาตรฐาน GS1
Keep Reading
- วิธีขายของออนไลน์บนมาร์เก็ตเพลสไทย: คู่มือผู้เริ่มต้น — ภาพรวมทุกอย่างที่ต้องรู้ก่อนเปิดร้านออนไลน์
- เปิดร้านออนไลน์บนมาร์เก็ตเพลส: วิธีเปิดร้านบน Shopee Thailand และ Lazada ไทย — สมัครบัญชีผู้ขายและตั้งค่าร้านครั้งแรก
- สินค้าขายดี: วิธีค้นหา Best Sellers บน Shopee และ Lazada ไทย — เลือกสินค้าที่ลูกค้าต้องการด้วยข้อมูลจริงจากแพลตฟอร์ม
- ใบสั่งซื้อสินค้า: คู่มือผู้ขายบน Shopee Thailand และ Lazada — จัดการออเดอร์ซัพพลายเออร์อย่างเป็นระบบ
FAQ
บาร์โค้ดสินค้าบน Shopee Thailand จำเป็นต้องมีไหม?
ไม่บังคับสำหรับผู้ขายทั่วไป แต่ Shopee Thailand Seller Centre มีช่องกรอกบาร์โค้ดในหน้าเพิ่มสินค้า การใส่บาร์โค้ดช่วยให้ระบบจับคู่สินค้าในแคตตาล็อกได้ถูกต้อง เพิ่มความน่าเชื่อถือของ listing และทำให้สินค้าค้นหาเจอง่ายขึ้นในบางหมวด โดยเฉพาะสินค้าแบรนด์ที่มีบาร์โค้ดมาตรฐาน EAN-13
EAN-13 กับ QR Code ต่างกันอย่างไร?
EAN-13 คือบาร์โค้ดแนวตั้งมาตรฐาน 13 หลักสำหรับสินค้าขายปลีก ใช้สแกนที่แคชเชียร์และระบบสต็อก เหมาะกับการลงทะเบียนสินค้าในมาร์เก็ตเพลส ส่วน QR Code เก็บข้อมูลได้มากกว่า แต่ใช้งานคนละจุดประสงค์ — QR Code มักใช้กับลิงก์เว็บหรือข้อมูลโปรโมชั่น ไม่ใช่รหัสสินค้ามาตรฐานสำหรับมาร์เก็ตเพลส
สร้างบาร์โค้ดฟรีได้ไหมสำหรับขายบน Shopee และ Lazada?
สร้างได้ผ่านเว็บเจนเนอเรเตอร์ฟรี แต่บาร์โค้ดที่สร้างเองไม่ได้ผ่านการจดทะเบียนกับ GS1 ดังนั้นไม่ควรนำไปใช้บนฉลากสินค้าที่วางขายในห้างหรือส่งออก สำหรับขายบนมาร์เก็ตเพลสออนไลน์ในไทยและต้องการใช้เพื่อจัดการสต็อกภายใน บาร์โค้ดที่สร้างเองใช้ได้ แต่ถ้าต้องการบาร์โค้ดที่รับรองมาตรฐานสากล ต้องสมัครสมาชิก GS1 Thailand
สมัครบาร์โค้ด GS1 Thailand ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง?
เอกสารหลักที่ GS1 Thailand ต้องการคือสำเนาทะเบียนพาณิชย์หรือหนังสือรับรองบริษัท เอกสารแสดงตัวตนผู้มีอำนาจลงนาม และข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าที่ต้องการลงทะเบียน ควรตรวจสอบจากเว็บไซต์ GS1 Thailand (gs1th.org) โดยตรงก่อนยื่นสมัคร เนื่องจากข้อกำหนดอาจปรับปรุงได้
บาร์โค้ดที่ได้จาก GS1 Thailand หมดอายุไหม?
บาร์โค้ดที่ได้จากการสมัครสมาชิก GS1 Thailand ใช้งานได้ตลอดไปสำหรับสินค้าที่ลงทะเบียน แต่สมาชิกภาพ GS1 ต้องต่ออายุเป็นรายปี ถ้าไม่ต่ออายุ สิทธิ์ในการใช้คำนำหน้า GS1 Prefix จะหมด แต่บาร์โค้ดที่ออกไปแล้วยังคงอยู่ในระบบฐานข้อมูลสากล
คำถามที่พบบ่อย
บาร์โค้ดสินค้าบน Shopee Thailand จำเป็นต้องมีไหม?
EAN-13 กับ QR Code ต่างกันอย่างไร?
สร้างบาร์โค้ดฟรีได้ไหมสำหรับขายบน Shopee และ Lazada?
สมัครบาร์โค้ด GS1 Thailand ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง?
บาร์โค้ดที่ได้จาก GS1 Thailand หมดอายุไหม?
← Back to วิธีขายของออนไลน์บนมาร์เก็ตเพลสไทย: คู่มือผู้เริ่มต้น 2026
More in this series:
- รหัสสินค้า (SKU): วิธีสร้างและใช้งานสำหรับผู้ขายบน Shopee Thailand และ Lazada ไทย
- วิธีขายของในติ๊กต๊อก: คู่มือเปิดร้านและขายสินค้าบน TikTok Shop ไทย
- ขายของอะไรดี? คู่มือเลือกสินค้าขายบนมาร์เก็ตเพลสไทย
- แคปชั่น ขายของ ฮาๆ: เขียนให้ลูกค้าเผลอกดซื้อ
- คำคม ขายของ: รวมประโยคโดนใจและแรงจูงใจสำหรับผู้ขายบน Shopee Thailand และ Lazada ไทย
Related Articles
รหัสสินค้า (SKU): วิธีสร้างและใช้งานสำหรับผู้ขายบน Shopee Thailand และ Lazada ไทย
รหัสสินค้า (SKU) คืออะไร ต่างจากบาร์โค้ดอย่างไร วิธีออกแบบระบบรหัสสินค้าเอง และวิธีใส่ใน Shopee Thailand และ Lazada Seller Center
วิธีขายของในติ๊กต๊อก: คู่มือเปิดร้านและขายสินค้าบน TikTok Shop ไทย
วิธีขายของในติ๊กต๊อกฉบับมือใหม่ ตั้งแต่สมัคร TikTok Shop Seller Center ตั้งค่าร้าน ลงสินค้า ไลฟ์ขาย ไปจนถึงใช้ Affiliate ดันยอดขายบน TikTok Shop Thailand
ขายของอะไรดี? คู่มือเลือกสินค้าขายบนมาร์เก็ตเพลสไทย
ขายของอะไรดี? เกณฑ์เลือกสินค้าสำหรับมือใหม่ หมวดที่มีดีมานด์สม่ำเสมอ วิธีคำนวณกำไร และแหล่งหาสินค้า สำหรับขายบน Shopee Thailand และ Lazada ไทย
Before you go, grab the Shopee setup playbook
Registration, first listing, COD activation, ShopeePay setup. 15 pages, annotated screenshots.
No spam. Unsubscribe anytime.