ใบสั่งซื้อสินค้า: วิธีสร้างและใช้งานสำหรับผู้ขายบน Shopee Thailand และ Lazada
วิธีสร้างใบสั่งซื้อสินค้าสำหรับผู้ขาย Shopee Thailand และ Lazada ไทย ตั้งแต่ส่วนประกอบ วิธีกรอกข้อมูล ไปจนถึงการติดตามออเดอร์และตรวจรับสินค้า
ผู้ขายบน Shopee Thailand และ Lazada ไทยส่วนใหญ่สั่งสินค้าจากซัพพลายเออร์โดยไม่มีเอกสาร แล้วเจอปัญหาสินค้าไม่ครบ ผิดแบบ หรือราคาไม่ตรงกัน ใบสั่งซื้อสินค้าแก้ปัญหานี้ได้ คู่มือนี้สอนวิธีสร้างและใช้ใบสั่งซื้อสินค้าตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนรับสินค้าเข้าสต็อก

ใบสั่งซื้อสินค้า (Purchase Order หรือ PO) คือเอกสารที่ผู้ขายออกให้ซัพพลายเออร์เพื่อระบุว่าต้องการสินค้าอะไร จำนวนเท่าไหร่ ราคาตกลงไว้เท่าไหร่ และต้องการรับเมื่อไหร่ เอกสารนี้ทำหน้าที่เหมือนสัญญาซื้อขายแบบย่อที่ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายรับทราบและยืนยันเงื่อนไขร่วมกัน
สำหรับผู้ขายบน Shopee Thailand และ Lazada ไทยที่สั่งสินค้าจากซัพพลายเออร์หรือโรงงานเป็นประจำ ใบสั่งซื้อสินค้าช่วยแก้ปัญหาที่พบบ่อย ไม่ว่าจะเป็นสินค้ามาไม่ครบ ผิดรุ่น ผิดสี ราคาที่เคยตกลงกันแต่ซัพพลายเออร์คิดเงินสูงกว่า หรือเมื่อต้องการอ้างอิงเพื่อเคลมสินค้าที่มีปัญหา การมีเอกสารเป็นหลักฐานทำให้การแก้ปัญหากับซัพพลายเออร์ง่ายขึ้นมาก
ผู้ขายที่จัดการสต็อกอย่างเป็นระบบบน Shopee Thailand Seller Centre หรือ Lazada ต้องการเอกสารที่ชัดเจนเพื่อให้จำนวนสินค้าในระบบตรงกับความเป็นจริงเสมอ ใบสั่งซื้อสินค้าคือจุดเริ่มต้นของระบบนั้น เพราะทุกการอัปเดตสต็อกที่ถูกต้องเริ่มจากการสั่งซื้อที่มีเอกสารรองรับ
ในช่วงที่ตลาดออนไลน์ไทยแข่งขันสูง ผู้ขายที่ขาดสต็อกบน Shopee Thailand หรือ Lazada กระทบโดยตรงต่ออันดับสินค้าในผลการค้นหาและ conversion rate ของร้าน ใบสั่งซื้อสินค้าที่ดีช่วยให้คุณวางแผนการสั่งซื้อล่วงหน้าได้แม่นยำขึ้น โดยเฉพาะในช่วงแคมเปญใหญ่อย่าง 11.11 และ 12.12 ที่ยอดขายพุ่งสูงกว่าปกติและสต็อกหมดเร็วกว่าที่คิด การมีบันทึกออเดอร์เก่าในรูปแบบใบสั่งซื้อช่วยให้ประมาณการปริมาณการสั่งซื้อสำหรับแคมเปญถัดไปได้อย่างมีข้อมูลรองรับ ไม่ใช่แค่การเดา
สิ่งที่คุณจะทำได้หลังอ่านคู่มือนี้: สร้างใบสั่งซื้อสินค้าที่ครบองค์ประกอบสำคัญ กรอกข้อมูลให้ถูกต้องและป้องกันความเข้าใจผิดกับซัพพลายเออร์ ติดตามสถานะออเดอร์อย่างเป็นระบบ และตรวจรับสินค้าเทียบกับใบสั่งซื้อก่อนอัปเดตสต็อกบน Shopee Thailand หรือ Lazada ไทย
ใบสั่งซื้อสินค้าเหมาะกับใคร?
คู่มือนี้เหมาะสำหรับ:
- ผู้ขายบน Shopee Thailand และ Lazada ที่สั่งสินค้าจากซัพพลายเออร์หรือผู้ผลิตในประเทศไทย
- ผู้ขายที่กำลังขยายจากการซื้อสินค้าเองเป็นการสั่งจำนวนมากขึ้น
- ผู้ขายที่ต้องการระบบจัดการสต็อกที่เชื่อถือได้มากกว่าการจดบันทึกหรือจำด้วยตัวเอง
ถ้าคุณยังอยู่ในช่วงทดลองขายสินค้าชิ้นแรกและซื้อจำนวนน้อยมาก คู่มือนี้ยังคงมีประโยชน์เพื่อทำความเข้าใจระบบ และคุณสามารถเริ่มใช้ได้ทันทีเมื่อออเดอร์เพิ่มขึ้น การเริ่มต้นด้วย template ง่าย ๆ ใน Google Sheets ไม่ต้องลงทุนอะไรเพิ่ม และสร้างนิสัยที่ดีในการจัดการธุรกิจตั้งแต่วันแรก
ขั้นตอนที่ 1: ทำความเข้าใจว่าใบสั่งซื้อสินค้าคืออะไรและทำงานอย่างไร
ใบสั่งซื้อสินค้าไม่ใช่แค่กระดาษ แต่คือเอกสารที่ป้องกันซัพพลายเออร์ส่งของผิด คิดราคาเกิน หรือปฏิเสธความรับผิดชอบเมื่อสินค้ามีปัญหา ผู้ขายที่ใช้ใบสั่งซื้อสม่ำเสมอจัดการสต็อกได้มีระเบียบกว่าและแก้ปัญหากับซัพพลายเออร์ได้เร็วกว่า

ใบสั่งซื้อสินค้าทำงานในกระบวนการนี้:
- ผู้ขายออกใบสั่งซื้อ: คุณสร้างเอกสารระบุสินค้าที่ต้องการ ส่งให้ซัพพลายเออร์ทาง LINE, Email, หรือส่งตัวเอง
- ซัพพลายเออร์ยืนยัน: ซัพพลายเออร์ตรวจสอบว่าจัดส่งได้ตามเงื่อนไข แล้วยืนยันกลับมา บางรายอาจมีการขอแก้ไขบางรายการ
- ส่งสินค้าและออกใบแจ้งหนี้: ซัพพลายเออร์จัดสินค้าและส่งพร้อมใบแจ้งหนี้ (Invoice) ที่อ้างอิงหมายเลขใบสั่งซื้อของคุณ
- ตรวจรับสินค้า: คุณเปรียบเทียบสินค้าที่ได้รับกับใบสั่งซื้อ บันทึกความแตกต่าง และอัปเดตสต็อก
ความแตกต่างระหว่างซื้อด้วยใบสั่งซื้อและซื้อแบบปากเปล่า:
| ประเด็น | ซื้อปากเปล่า | ซื้อด้วยใบสั่งซื้อ |
|---|---|---|
| หลักฐาน | ไม่มี | มีเอกสารอ้างอิง |
| ราคา | อาจเปลี่ยนได้ | ตกลงล่วงหน้าในเอกสาร |
| สินค้าผิดแบบ | โต้แย้งยาก | อ้างอิงเอกสารได้ทันที |
| การติดตาม | ใช้ความจำ | มีระบบเอกสาร |
| ความเป็นมืออาชีพ | ต่ำ | สูง ซัพพลายเออร์จริงจังมากขึ้น |
ผู้ขายที่ยังไม่เคยใช้ใบสั่งซื้อมักคิดว่าซัพพลายเออร์ที่รู้จักกันอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องมีเอกสาร แต่ในทางปฏิบัติ ซัพพลายเออร์ที่ดีจะยิ่งจริงจังกับออเดอร์มากขึ้นเมื่อมีเอกสารชัดเจน เพราะช่วยให้ฝ่ายจัดการของซัพพลายเออร์เตรียมสินค้าได้ถูกต้อง ลดข้อผิดพลาดจากการสื่อสารหลายต่อ
ขั้นตอนที่ 2: รู้จักส่วนประกอบหลักของใบสั่งซื้อสินค้า
ใบสั่งซื้อสินค้าที่ดีต้องมีข้อมูลครบที่ซัพพลายเออร์ต้องการเพื่อจัดสินค้าให้ถูกต้อง ขาดข้อมูลส่วนไหน ก็เพิ่มโอกาสเกิดความผิดพลาดในส่วนนั้น
ส่วนประกอบหลักของใบสั่งซื้อสินค้าที่ผู้ขายบน Shopee Thailand และ Lazada ไทยต้องมี:
1. ข้อมูลผู้ซื้อ (ฝั่งคุณ)
- ชื่อร้าน หรือชื่อบุคคล
- เบอร์โทร/LINE ID สำหรับติดต่อ
- ที่อยู่จัดส่ง (ถ้าให้ซัพพลายเออร์ส่งมา)
2. ข้อมูลซัพพลายเออร์
- ชื่อร้านหรือบริษัทซัพพลายเออร์
- ที่อยู่และเบอร์ติดต่อ
- ชื่อผู้ประสานงาน (ถ้ามี)
3. หมายเลขใบสั่งซื้อ (PO Number)
- ใช้ระบบเรียงลำดับที่คุณกำหนดเอง เช่น PO-2026-001, PO-2026-002
- ทุกครั้งที่สั่งต้องมีหมายเลขใหม่ ไม่ซ้ำกัน
- ซัพพลายเออร์จะอ้างอิงเลขนี้ในใบแจ้งหนี้
4. วันที่ออกใบสั่งซื้อและวันที่ต้องการรับสินค้า
- วันที่ออกใบสั่งซื้อ: วันที่คุณสร้างเอกสาร
- วันที่ต้องการรับ: ระบุชัดเจน ตามแผนสต็อกและยอดขายบน Shopee Thailand หรือ Lazada
5. รายการสินค้า
- ชื่อสินค้า รุ่น สี ขนาด ให้ละเอียดที่สุดเท่าที่ทำได้
- จำนวนชิ้น/กล่อง/กิโลกรัม (ระบุหน่วยให้ชัดเจน)
- ราคาต่อหน่วย และราคารวม
6. เงื่อนไขการชำระเงิน
- ชำระก่อน ชำระหลังรับสินค้า หรือแบ่งชำระ
- ช่องทางการชำระ: โอนบัญชี, พร้อมเพย์, QR Code
7. เงื่อนไขพิเศษ (ถ้ามี)
- เงื่อนไขคุณภาพ: เช่น สินค้าต้องมีบรรจุภัณฑ์ครบ ไม่มีรอยขีดข่วน
- เงื่อนไขการคืนสินค้า: ถ้าสินค้าไม่ตรงสเปคจัดการอย่างไร
ขั้นตอนที่ 3: เลือกรูปแบบใบสั่งซื้อสินค้าที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ
ไม่ต้องมีแบบฟอร์มแพงหรือโปรแกรมซับซ้อน ผู้ขายบน Shopee Thailand ที่เพิ่งเริ่มต้นสามารถใช้ Google Sheets ฟรีได้เลย สิ่งสำคัญคือมีข้อมูลครบ ไม่ใช่ฟอร์มสวย

มีตัวเลือก 3 แบบตามขนาดธุรกิจ:
แบบที่ 1: Google Sheets / Excel (แนะนำสำหรับผู้เริ่มต้น)
เหมาะกับผู้ขายที่สั่งสินค้าไม่เกิน 5–10 ออเดอร์ต่อเดือน ทำได้ฟรีและปรับแต่งได้ตามต้องการ วิธีเริ่มต้น:
- เปิด Google Sheets ใหม่
- สร้างตารางตามส่วนประกอบที่ระบุในขั้นตอนที่ 2
- บันทึกเทมเพลตไว้ และ copy สำหรับทุกออเดอร์ใหม่
- ตั้งชื่อไฟล์ตาม PO Number เพื่อค้นหาได้ง่าย
แบบที่ 2: เทมเพลต Word / PDF สำเร็จรูป
เหมาะกับผู้ขายที่ต้องการส่งเอกสารดูเป็นทางการ โดยเฉพาะเมื่อสั่งสินค้าจากซัพพลายเออร์ขนาดใหญ่หรือโรงงาน ดาวน์โหลดเทมเพลตฟรีจาก Canva แล้วปรับข้อมูลตามต้องการ พิมพ์หรือส่งเป็น PDF ทาง Email หรือ LINE
แบบที่ 3: แอปบัญชีและจัดการสต็อก
เหมาะกับผู้ขายที่มียอดออเดอร์สูงหรือดูแลสินค้าหลายรายการ แอปเหล่านี้สร้างใบสั่งซื้อและเชื่อมกับระบบสต็อกอัตโนมัติ ตัวอย่างแอปที่ผู้ขายไทยใช้ เช่น FlowAccount หรือ Peak (แอปบัญชีสำหรับ SME ไทย) ซึ่งมีฟีเจอร์ออกใบสั่งซื้อในตัว ราคาและแผนบริการเปลี่ยนได้ ตรวจสอบจากเว็บไซต์ผู้ให้บริการโดยตรงก่อนสมัคร
ผู้ขายที่เพิ่งเริ่มต้นแนะนำ Google Sheets ก่อน แล้วค่อยอัปเกรดเมื่อออเดอร์เพิ่มขึ้น
ตัวอย่างโครงสร้างใบสั่งซื้อสินค้าแบบง่ายใน Google Sheets:
| ช่อง | ตัวอย่างข้อมูล |
|---|---|
| หมายเลข PO | PO-2026-015 |
| วันที่ออกเอกสาร | 12 กรกฎาคม 2569 |
| ต้องการรับสินค้าภายใน | 17 กรกฎาคม 2569 |
| ชื่อร้านของคุณ | ร้านดีดีช้อป |
| ชื่อซัพพลายเออร์ | บริษัทสมชายเทรดดิ้ง |
| รายการสินค้า | เสื้อยืดคอกลม สีขาว ไซส์ M รหัส TS-001 |
| จำนวน | 100 ชิ้น |
| ราคาต่อชิ้น | ฿45 |
| ราคารวม | ฿4,500 |
| เงื่อนไขการชำระ | โอนก่อนส่ง 50% ที่เหลือเมื่อรับสินค้า |
ขั้นตอนที่ 4: กรอกข้อมูลใบสั่งซื้อสินค้าให้ถูกต้องและป้องกันความผิดพลาด
ความผิดพลาดส่วนใหญ่เกิดในขั้นตอนกรอกข้อมูล ชื่อสินค้าคลาดเคลื่อน จำนวนผิด หรือลืมระบุรุ่น ทำให้ซัพพลายเออร์ส่งของผิด ตรวจสอบ 3 จุดนี้ทุกครั้งก่อนส่งใบสั่งซื้อ
วิธีกรอกข้อมูลให้ถูกต้องและลดความเสี่ยง:
ชื่อสินค้า: ละเอียดให้มากที่สุด
ห้ามเขียนแค่ “เสื้อ” หรือ “กระเป๋า” ต้องระบุ:
- ชื่อรุ่นตามที่ซัพพลายเออร์ใช้ (ถามซัพพลายเออร์ถ้าไม่แน่ใจ)
- สี: ใช้ชื่อสีทางการ เช่น “สีขาว #FFF” ไม่ใช่แค่ “ขาว”
- ขนาด: S, M, L, XL, หรือหน่วยที่ชัดเจน
- SKU หรือรหัสสินค้า (ถ้าซัพพลายเออร์มีระบบ)
จำนวนและหน่วย: ระบุให้ชัด
- ระบุหน่วยให้ตรงกับที่ซัพพลายเออร์ขาย เช่น “ชิ้น”, “โหล”, “กล่อง”
- ถ้าซื้อเป็นกล่อง ระบุว่า 1 กล่องมีกี่ชิ้น เพื่อยืนยันความเข้าใจร่วมกัน
- หลีกเลี่ยงการใช้คำที่คลุมเครือ เช่น “ประมาณ 100 ชิ้น” หรือ “ครึ่งกล่อง”
ราคา: ตกลงให้ชัดก่อนกรอก
- กรอกราคาที่ตกลงกันแล้วเท่านั้น อย่ากรอกราคาที่คาดเดา
- ระบุว่าราคาที่กรอกรวม VAT 7% หรือยัง เพราะบางซัพพลายเออร์บวก VAT เพิ่ม
- คำนวณราคารวม (จำนวน × ราคาต่อหน่วย) ให้ถูกต้องก่อนส่ง
- ระบุสกุลเงินเป็นบาท (฿) เสมอ เพื่อหลีกเลี่ยงความสับสนในกรณีที่ซัพพลายเออร์นำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ
Checklist ก่อนส่งใบสั่งซื้อ:
- หมายเลข PO ไม่ซ้ำกับออเดอร์เก่า
- ชื่อสินค้า รุ่น สี ขนาดครบและถูกต้อง
- จำนวนและหน่วยตรงกับที่ตกลงกัน
- ราคาต่อหน่วยและราคารวมถูกต้อง
- วันที่ต้องการรับสินค้าระบุชัดเจน
- เงื่อนไขการชำระเงินระบุครบ
- ข้อมูลติดต่อคุณถูกต้อง
ขั้นตอนที่ 5: ส่งใบสั่งซื้อให้ซัพพลายเออร์และติดตามออเดอร์
การส่งใบสั่งซื้อที่ถูกต้องและติดตามอย่างเป็นระบบทำให้ได้สินค้าตรงตามแผน ไม่กระทบสต็อกและการลิสต์สินค้าบน Shopee Thailand หรือ Lazada ไทย

วิธีส่งใบสั่งซื้อให้ซัพพลายเออร์:
- ทาง LINE: ส่งไฟล์ PDF หรือรูปภาพ พร้อมข้อความสรุปสั้น ๆ เช่น “ส่งใบสั่งซื้อ PO-2026-015 ขอรับสินค้าวันที่ [ระบุวันที่] ครับ/ค่ะ” รอการยืนยันกลับจากซัพพลายเออร์ก่อนสรุปว่าออเดอร์ผ่าน
- ทาง Email: เหมาะกับซัพพลายเออร์ขนาดใหญ่หรือที่ต้องการเอกสารเป็นทางการ แนบไฟล์ PDF และเขียน subject line ให้ชัดเจน เช่น “ใบสั่งซื้อสินค้า PO-2026-015 | [ชื่อร้านคุณ]”
- ส่งตัวเอง: ถ้าซื้อที่ตลาดหรือโรงงานโดยตรง พิมพ์ใบสั่งซื้อมาด้วย และขอให้ซัพพลายเออร์เซ็นรับทราบ
ระบบติดตามออเดอร์อย่างง่าย:
สร้าง spreadsheet แยกต่างหากหรือเพิ่ม sheet ใหม่ใน Google Sheets เพื่อติดตามสถานะออเดอร์ทุกใบ:
| PO Number | ซัพพลายเออร์ | วันที่สั่ง | วันรับที่คาด | สถานะ | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|---|
| PO-2026-015 | ร้านสมชาย | 2026-07-10 | 2026-07-15 | ยืนยันแล้ว | รอรับสินค้า |
| PO-2026-016 | โรงงาน ABC | 2026-07-11 | 2026-07-20 | รอยืนยัน | ติดตามพรุ่งนี้ |
ถ้าซัพพลายเออร์ไม่ยืนยันภายใน 1–2 วัน ให้ติดตามทาง LINE หรือโทรศัพท์ อย่ารอจนใกล้วันรับสินค้า สำหรับออเดอร์ที่สินค้าขายดีบน Shopee Thailand ให้สั่งล่วงหน้าอย่างน้อย 5–7 วันก่อนสต็อกหมดเพื่อป้องกันการขาดสต็อกที่กระทบอันดับร้านในแพลตฟอร์ม เพราะ Shopee Thailand Seller Centre และ Lazada Seller Center จะแสดงสถานะ out of stock ซึ่งลดการมองเห็นสินค้าในผลค้นหาโดยอัตโนมัติ
ขั้นตอนที่ 6: ตรวจรับสินค้าเทียบกับใบสั่งซื้อและอัปเดตสต็อก
การตรวจรับสินค้าทันทีที่ได้รับ เทียบกับใบสั่งซื้อ คือขั้นตอนที่ผู้ขายหลายคนข้ามไป แล้วรู้ทีหลังว่าสินค้าไม่ครบหรือผิดแบบ เมื่อถึงตอนนั้นแก้ไขได้ยากกว่ามาก

วิธีตรวจรับสินค้า:
- เปิดใบสั่งซื้อ (PO) ของออเดอร์นั้นขึ้นมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นไฟล์ดิจิทัลหรือสำเนาพิมพ์
- นับจำนวนสินค้าทีละรายการ เปรียบเทียบกับจำนวนในใบสั่งซื้อ
- ตรวจสี รุ่น ขนาด ให้ตรงกับที่ระบุ
- ตรวจสภาพสินค้า: มีรอยบุบ รอยขีดข่วน หรือบรรจุภัณฑ์เสียหายไหม
- บันทึกผลการตรวจในระบบติดตามออเดอร์ (เพิ่ม column “ผลตรวจรับ” ใน spreadsheet เดิม)
ถ้าสินค้าไม่ครบหรือมีปัญหา:
- แจ้งซัพพลายเออร์ทันที อ้างอิง PO Number ที่เกี่ยวข้อง
- ถ่ายรูปสินค้าที่มีปัญหาเป็นหลักฐาน
- อย่าชำระเงินส่วนที่ไม่ได้รับหรือมีปัญหา จนกว่าจะได้รับการแก้ไข
- บันทึกไว้ในระบบติดตามออเดอร์ว่า “รอแก้ไข” พร้อมรายละเอียด
อัปเดตสต็อกบน Shopee Thailand / Lazada ไทย:
หลังตรวจรับครบแล้ว อัปเดตจำนวนสต็อกใน Shopee Thailand Seller Centre หรือ Lazada Seller Center ทันที อย่าอัปเดตสต็อกก่อนตรวจรับ เพราะถ้าสินค้าไม่ครบจะทำให้สต็อกบนแพลตฟอร์มไม่ตรงกับสต็อกจริง และอาจรับออเดอร์เกินจำนวนที่มี ซึ่งส่งผลเสียต่อคะแนนร้านและ rating ของผู้ขาย
ตารางสรุปกระบวนการใบสั่งซื้อสินค้าตั้งแต่ต้นจนจบ:
| ขั้นตอน | ผู้รับผิดชอบ | สิ่งที่ต้องทำ | เอกสารที่ใช้ |
|---|---|---|---|
| สร้างใบสั่งซื้อ | คุณ (ผู้ขาย) | กรอกข้อมูลสินค้าและเงื่อนไข | ใบสั่งซื้อ (PO) |
| ส่งและรอยืนยัน | คุณ + ซัพพลายเออร์ | ส่ง PO รอการยืนยันกลับ | PO + บันทึกการสนทนา |
| ส่งสินค้า | ซัพพลายเออร์ | จัดส่งพร้อมใบแจ้งหนี้ | Invoice อ้างอิง PO |
| ตรวจรับสินค้า | คุณ | เปรียบเทียบกับ PO บันทึกผล | PO + บันทึกตรวจรับ |
| ชำระเงิน | คุณ | ชำระตามเงื่อนไขที่ตกลง | Invoice + หลักฐานการชำระ |
| อัปเดตสต็อก | คุณ | อัปเดตใน Seller Centre | บันทึกตรวจรับ |
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงในการจัดการใบสั่งซื้อสินค้า:
ผู้ขายบน Shopee Thailand และ Lazada ไทยมักเจอปัญหาเหล่านี้ซ้ำ ๆ:
- ใช้หมายเลข PO ซ้ำ: ทำให้สับสนเมื่อต้องอ้างอิงออเดอร์เก่า ใช้ระบบเลขที่ไม่ซ้ำเสมอ
- ไม่รอการยืนยัน: ส่ง PO แล้วสั่งแพลตฟอร์มเปิดรับออเดอร์ทันที ก่อนที่ซัพพลายเออร์ยืนยันสต็อก
- ข้ามขั้นตอนตรวจรับ: รับสินค้า อัปเดตสต็อกเลย ไม่ตรวจก่อน พบปัญหาตอนส่งลูกค้าแล้ว
- เก็บเอกสารไม่เป็นระบบ: PO อยู่ในไลน์ ใบแจ้งหนี้อยู่ใน Email หาไม่เจอเมื่อมีปัญหา
เมื่อไหร่ควรเริ่มใช้ใบสั่งซื้อสินค้า
ผู้ขายบน Shopee Thailand และ Lazada ไทยจำนวนมากเริ่มธุรกิจโดยซื้อสินค้าเองที่ตลาดหรือสั่งผ่าน LINE แบบง่าย ๆ ในช่วงแรกที่ยอดขายยังน้อย การไม่มีใบสั่งซื้ออาจไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่เมื่อธุรกิจเติบโตขึ้นมีสัญญาณที่บ่งบอกว่าถึงเวลาต้องเริ่มใช้ใบสั่งซื้อแล้ว:
สัญญาณที่ 1: คุณสั่งสินค้าจากซัพพลายเออร์มากกว่า 1 รายอยู่เสมอ
เมื่อต้องจัดการซัพพลายเออร์หลายราย ความสับสนเรื่องว่าสั่งอะไรกับใครไว้เท่าไหร่เกิดขึ้นบ่อย ใบสั่งซื้อช่วยแยกออเดอร์แต่ละรายออกจากกันชัดเจน
สัญญาณที่ 2: คุณเคยได้รับสินค้าผิดแบบหรือผิดจำนวนมากกว่า 1 ครั้ง
หากปัญหานี้เกิดซ้ำ แสดงว่าการสื่อสารแบบปากเปล่าหรือทาง LINE ไม่เพียงพออีกต่อไป ใบสั่งซื้อที่มีรายละเอียดชัดเจนลดโอกาสเกิดซ้ำอย่างมีนัยสำคัญ
สัญญาณที่ 3: คุณต้องการใช้ข้อมูลการสั่งซื้อในการวางแผนสต็อก
การมีบันทึกใบสั่งซื้อทุกออเดอร์ทำให้คุณเห็นว่าสั่งสินค้าไหนบ่อย สินค้าไหนขายดีและต้องสต็อกล่วงหน้า ช่วยวางแผนการสั่งสินค้าให้สอดคล้องกับแคมเปญ Shopee Thailand เช่น 11.11 หรือ 12.12 ได้แม่นยำขึ้น
สัญญาณที่ 4: คุณเริ่มต้องการหลักฐานสำหรับการยื่นภาษีธุรกิจ
เมื่อรายได้จากร้าน Shopee Thailand หรือ Lazada เติบโตถึงระดับที่ต้องยื่นภาษีธุรกิจ ใบสั่งซื้อสินค้าเป็นส่วนหนึ่งของเอกสารที่ต้องจัดเก็บ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีสำหรับข้อกำหนดที่ถูกต้องตามกฎหมายไทย ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับภาษีธุรกิจ SME สามารถดูได้จาก กรมสรรพากร ซึ่งมีแนวทางและแบบฟอร์มที่เกี่ยวข้องสำหรับธุรกิจออนไลน์ในประเทศไทย
การเริ่มใช้ใบสั่งซื้อก่อนที่ธุรกิจจะโตถึงขีดจำเป็นทำให้ง่ายกว่ามาก เพราะคุณสร้างระบบตั้งแต่ต้น แทนที่จะต้องย้อนกลับมาจัดระเบียบเอกสารทั้งหมดทีหลัง ซัพพลายเออร์ที่เห็นว่าผู้ขายมีระบบจัดการที่ดีมักให้ความสำคัญกับออเดอร์มากขึ้นด้วย ซึ่งหมายถึงการได้รับบริการและราคาที่ดีกว่าในระยะยาว
วิธีจัดเก็บและบริหารใบสั่งซื้อสินค้าให้เป็นระบบ
เมื่อจำนวนออเดอร์เพิ่มขึ้น การจัดเก็บใบสั่งซื้อสินค้าให้เป็นระบบช่วยลดเวลาค้นหาเอกสาร และทำให้การติดตามสถานะสินค้าและการชำระเงินทำได้เร็วขึ้น
โครงสร้างโฟลเดอร์ที่แนะนำใน Google Drive:
- โฟลเดอร์หลัก: “ใบสั่งซื้อสินค้า [ปี]”
- โฟลเดอร์ย่อยตามซัพพลายเออร์: “ร้านสมชาย”, “โรงงาน ABC”
- ตั้งชื่อไฟล์: “PO-2026-015_ร้านสมชาย_เสื้อยืด”
การตั้งชื่อไฟล์ที่มีหมายเลข PO นำหน้าทำให้เรียงลำดับตามเวลาได้อัตโนมัติ และค้นหาด้วยหมายเลข PO ได้ทันที เมื่อซัพพลายเออร์อ้างอิงหมายเลข PO ในการสนทนา คุณสามารถเปิดไฟล์ได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาค้นหา
เชื่อม PO กับสต็อกบน Shopee Thailand และ Lazada:
เพิ่มคอลัมน์ “PO Reference” ในระบบติดตามสต็อกของคุณ เพื่อให้รู้ว่าสินค้าแต่ละ lot มาจาก PO ไหน เมื่อลูกค้าร้องเรียนเรื่องคุณภาพสินค้าใน Shopee Thailand หรือ Lazada คุณสามารถตรวจสอบว่าสินค้าชิ้นนั้นมาจาก lot ไหน และอ้างอิงกับซัพพลายเออร์ได้ทันที ซึ่งช่วยแก้ปัญหาและปรับปรุงคุณภาพในรอบการสั่งซื้อถัดไป
ทบทวนออเดอร์เก่าก่อนสั่งซื้อใหม่:
ก่อนออกใบสั่งซื้อใหม่ทุกครั้ง ใช้เวลา 2–3 นาทีดูบันทึกออเดอร์เก่ากับซัพพลายเออร์รายนั้น เพื่อตรวจสอบว่าราคาที่เคยตกลงยังเป็นปัจจุบันหรือไม่ มีสินค้าที่เคยมีปัญหาหรือไม่ และปริมาณที่สั่งในรอบที่แล้วเหมาะสมกับยอดขายจริงบน Shopee Thailand หรือ Lazada หรือควรปรับ
ตารางเปรียบเทียบ: จัดเก็บแบบไหนดีกว่า?
| วิธีจัดเก็บ | ข้อดี | ข้อเสีย | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|
| LINE Chat | เร็ว ไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม | หาย้อนหลังยาก ค้นหายาก | ออเดอร์น้อย ไม่เกิน 5 ต่อเดือน |
| Google Sheets | ฟรี ค้นหาง่าย ปรับแต่งได้ | ต้องกรอกข้อมูลเอง | ออเดอร์ปานกลาง 5–20 ต่อเดือน |
| Google Drive + PDF | เป็นระบบ ส่งซัพพลายเออร์ได้สวย | ใช้เวลาสร้างมากกว่า | ซัพพลายเออร์ขนาดใหญ่ ต้องการเอกสารทางการ |
| แอปบัญชี (FlowAccount ฯลฯ) | เชื่อมสต็อกอัตโนมัติ รายงานครบ | มีค่าใช้จ่ายรายเดือน | ออเดอร์สูง ต้องการระบบครบวงจร |
ไม่ว่าจะใช้วิธีจัดเก็บแบบไหน สิ่งสำคัญคือต้องทำสม่ำเสมอ การสร้างระบบที่ดีแต่ทำเป็นบางครั้งไม่ได้ผลเท่ากับระบบที่ง่ายกว่าแต่ทำทุกออเดอร์ ผู้ขายบน Shopee Thailand และ Lazada ที่ใช้ใบสั่งซื้อสินค้าอย่างสม่ำเสมอมักพบว่าการจัดการซัพพลายเออร์ใช้เวลาน้อยลง และปัญหาสินค้าผิดหรือไม่ครบลดลงอย่างชัดเจน เพราะซัพพลายเออร์เริ่มคุ้นชินกับกระบวนการและให้ความสำคัญกับออเดอร์ที่มีเอกสารชัดเจนมากขึ้น
Keep Reading
- วิธีขายของออนไลน์บนมาร์เก็ตเพลสไทย: คู่มือผู้เริ่มต้น — ภาพรวมทุกอย่างที่ต้องรู้ก่อนเปิดร้านออนไลน์
- เปิดร้านออนไลน์บนมาร์เก็ตเพลส: วิธีเปิดร้านบน Shopee Thailand และ Lazada ไทย — สมัครบัญชีผู้ขายและตั้งค่าร้านครั้งแรก
- สินค้าขายดี: วิธีค้นหา Best Sellers บน Shopee และ Lazada ไทย — หาสินค้าที่ลูกค้าต้องการก่อนเปิดร้าน
- แคปชั่นแม่ค้าขายของ: สูตรเขียนแคปชั่นขายดีบน Shopee, TikTok Shop และ Facebook — เขียนคำอธิบายสินค้าที่ดึงดูดลูกค้าและกระตุ้นยอดขาย
FAQ
ใบสั่งซื้อสินค้าจำเป็นไหมสำหรับผู้ขายรายย่อยบน Shopee Thailand?
ผู้ขายรายย่อยที่สั่งสินค้าจากซัพพลายเออร์เป็นประจำควรใช้ใบสั่งซื้อสินค้า แม้จะเป็นแบบง่าย ๆ ก็ช่วยป้องกันสินค้าผิดแบบ ผิดจำนวน และมีเอกสารอ้างอิงเมื่อเกิดปัญหา ผู้ขายที่สั่งครั้งละไม่มาก หรือซื้อเองที่ตลาดโดยตรงอาจไม่จำเป็นต้องใช้ แต่เมื่อธุรกิจโตขึ้นและสั่งออเดอร์ใหญ่ขึ้น ใบสั่งซื้อจะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ขาดไม่ได้
ใบสั่งซื้อสินค้ากับใบกำกับภาษีต่างกันอย่างไร?
ใบสั่งซื้อสินค้า (Purchase Order) คือเอกสารที่ผู้ซื้อออกให้ซัพพลายเออร์ก่อนได้รับสินค้า เพื่อระบุว่าต้องการอะไร จำนวนเท่าไหร่ ราคาเท่าไหร่ ส่วนใบกำกับภาษี (Tax Invoice) คือเอกสารที่ซัพพลายเออร์ออกให้ผู้ซื้อหลังจากส่งสินค้าแล้ว เพื่อยืนยันมูลค่าการซื้อขายและใช้ในการคำนวณภาษี ทั้งสองเอกสารทำงานร่วมกัน แต่มีหน้าที่ต่างกัน
สร้างใบสั่งซื้อสินค้าได้ฟรีโดยใช้โปรแกรมอะไรบ้าง?
ผู้ขายบน Shopee Thailand และ Lazada ไทยสามารถสร้างใบสั่งซื้อสินค้าได้ฟรีโดยใช้ Google Sheets, Microsoft Excel, หรือ Google Docs ซึ่งมีเทมเพลตให้ใช้งานได้ทันที นอกจากนี้ยังมีเว็บไซต์ที่ให้ดาวน์โหลดเทมเพลตฟรี เช่น Canva (มีเทมเพลต PO) หรือสร้างเองตามโครงสร้างที่ระบุในคู่มือนี้
ถ้าซัพพลายเออร์ส่งสินค้าไม่ครบตามใบสั่งซื้อ ควรทำอย่างไร?
ตรวจสอบสินค้าที่ได้รับเทียบกับใบสั่งซื้อทันทีเมื่อสินค้ามาถึง หากไม่ครบให้แจ้งซัพพลายเออร์ทันทีพร้อมอ้างอิงหมายเลขใบสั่งซื้อ (PO Number) บันทึกสินค้าที่ขาดในเอกสารตรวจรับ และอย่าชำระเงินเต็มจำนวนจนกว่าจะได้รับสินค้าครบ การมีใบสั่งซื้อที่ระบุจำนวนและรายละเอียดชัดเจนทำให้การเจรจากับซัพพลายเออร์ง่ายขึ้นมาก
คำถามที่พบบ่อย
ใบสั่งซื้อสินค้าจำเป็นไหมสำหรับผู้ขายรายย่อยบน Shopee Thailand?
ใบสั่งซื้อสินค้ากับใบกำกับภาษีต่างกันอย่างไร?
สร้างใบสั่งซื้อสินค้าได้ฟรีโดยใช้โปรแกรมอะไรบ้าง?
ถ้าซัพพลายเออร์ส่งสินค้าไม่ครบตามใบสั่งซื้อ ควรทำอย่างไร?
← Back to วิธีขายของออนไลน์บนมาร์เก็ตเพลสไทย: คู่มือผู้เริ่มต้น 2026
More in this series:
- รหัสสินค้า (SKU): วิธีสร้างและใช้งานสำหรับผู้ขายบน Shopee Thailand และ Lazada ไทย
- วิธีขายของในติ๊กต๊อก: คู่มือเปิดร้านและขายสินค้าบน TikTok Shop ไทย
- ขายของอะไรดี? คู่มือเลือกสินค้าขายบนมาร์เก็ตเพลสไทย
- แคปชั่น ขายของ ฮาๆ: เขียนให้ลูกค้าเผลอกดซื้อ
- คำคม ขายของ: รวมประโยคโดนใจและแรงจูงใจสำหรับผู้ขายบน Shopee Thailand และ Lazada ไทย
Related Articles
รหัสสินค้า (SKU): วิธีสร้างและใช้งานสำหรับผู้ขายบน Shopee Thailand และ Lazada ไทย
รหัสสินค้า (SKU) คืออะไร ต่างจากบาร์โค้ดอย่างไร วิธีออกแบบระบบรหัสสินค้าเอง และวิธีใส่ใน Shopee Thailand และ Lazada Seller Center
วิธีขายของในติ๊กต๊อก: คู่มือเปิดร้านและขายสินค้าบน TikTok Shop ไทย
วิธีขายของในติ๊กต๊อกฉบับมือใหม่ ตั้งแต่สมัคร TikTok Shop Seller Center ตั้งค่าร้าน ลงสินค้า ไลฟ์ขาย ไปจนถึงใช้ Affiliate ดันยอดขายบน TikTok Shop Thailand
ขายของอะไรดี? คู่มือเลือกสินค้าขายบนมาร์เก็ตเพลสไทย
ขายของอะไรดี? เกณฑ์เลือกสินค้าสำหรับมือใหม่ หมวดที่มีดีมานด์สม่ำเสมอ วิธีคำนวณกำไร และแหล่งหาสินค้า สำหรับขายบน Shopee Thailand และ Lazada ไทย
Before you go, grab the Shopee setup playbook
Registration, first listing, COD activation, ShopeePay setup. 15 pages, annotated screenshots.
No spam. Unsubscribe anytime.